างนั่งลงอีกครั้ง จากนั้นจึงมองไป๋อวิ๋นฉีพลางเอ่ยว่า “เจ้าเล่าเรื่องราวให้ข้าฟังอย่างละเอียดหน่อยสิ”
“ขอรับ”
ไป๋อวิ๋นฉีเล่าเรื่องราวในวันนั้นให้เขาฟัง เมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ สีหน้าของซุนลี่ลี่จึงดีขึ้นมาเล็กน้อย พอได้ยินว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นผู้สังหารฉินอู่ ทั้งสองคนก็ประหลาดใจอยู่บ้าง
“ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเสี่ยวฉีฉีเอาไว้” ซุนลี่ลี่ยิ้มพลางพูดกับซือหม่าโยวเย่ว์
“ฮูหยินไม่ต้องเกรงใจ” ซือหม่าโยวเย่ว์รับคำพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ
“ท่านน้าเขย ที่ข้ามาคราวนี้เพราะมีเรื่องอยากขอให้ท่านช่วยเหลือด้วย” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
“ให้ข้าช่วยหรือ เรื่องอันใดกัน” วังเหล่ยมองไป๋อวิ๋นฉี ก่อนหน้านี้เจ้าคนผู้นี้ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากเขามาก่อนเลย
“แค่ก ๆ เรื่องเป็นเช่นนี้ คือว่าพวกโยวเย่ว์เขามาจากอาณาจักรตงเฉิน ก็เลยอยากจะทำเอกสารยืนยันตัวตนที่เมืองไตรวารีน่ะ” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
“มาจากอาณาจักรตงเฉินอย่างนั้นหรือ” นัยน์ตาของซุนลี่ลี่และวังเหล่ยฉายแววประหลาดใจ
“ใช่แล้ว” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “ท่านน้าเขย ท่านช่วยทำเอกสารยืนยันตัวตนให้พวกเขาได้หรือไม่!”
วังเหล่ยพูดว่า “ได้น่ะได้อยู่หรอก แต่การทำเอกสารยืนยันตัวตนนั้นต้องใช้เวลาสองวัน นอกจากนี้ยังต้องหาที่แขวนเอาไว้อีกด้วย”
แขวนที่ว่านั้น อันที่จริงก็คล้ายกับการตั้งถิ่นฐานในชาติที่แล้ว แขวนไว้ที่เมืองไตรวารี ก็แสดงว่าเจ้าเป็นคนของเมืองไตรวารี
“ยังต้องหาสถานที่อีกหรือ แขวนไว้ที่