จวนของพวกเราก็ใช้ได้แล้วนี่” ซุนลี่ลี่พูดอย่างง่ายๆ “แต่ยังต้องใช้เวลาสองวันอยู่ดี พวกเจ้าก็อยู่กันที่จวนเจ้าเมืองนี่สักสองวันไม่ดีหรือ”
“ดีเลย ท่านอาหลี่ พวกเราก็อยู่กันสักสองวันก่อนค่อยไปแล้วกันนะ” ไป๋อวิ๋นฉีมองหลี่ขุย
หลังจากที่หลี่ขุยเข้ามาแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรเลย จนตอนนี้จึงค่อยพยักหน้าแล้วพูดว่า “ทุกคนเพิ่งจะกลับมาจากสั่วเฟยย่า อยู่พักผ่อนกันที่นี่ก่อนสักหน่อยก็ได้ นอกจากนี้ถ้าหากต้องการ พวกเรายังช่วยจัดการธุระให้ได้ด้วยนะขอรับ”
“ใช่แล้ว เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเสียแล้วสิ” ไป๋อวิ๋นฉีตบหน้าผากแล้วพูดว่า “ท่านน้าเขย ตอนพวกเราออกมา สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของโยวเย่ว์บอกว่ามันพบว่าสัตว์อสูรวิเศษในเทือกเขาสั่วเฟยย่าดูหงุดหงิดกันเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีสัตว์อสูรวิเศษจากศูนย์กลางกลุ่มใหญ่กำลังอพยพไปยังบริเวณรอบนอกอีกด้วย ดูคล้ายว่าจะเป็นการอพยพอย่างเป็นระเบียบอีกด้วย ดังนั้นพวกเราจึงคิดว่าอาจจะเป็นสัญญาณบอกเหตุของการปฏิวัติสัตว์อสูรก็เป็นได้”
“สัตว์อสูรวิเศษกำลังเกิดการจลาจลอย่างนั้นหรือ” วังเหล่ยขมวดคิ้ว “แต่การปฏิวัติสัตว์อสูรนี้เพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งปีเท่านั้น เหลือเวลาอีกสองปีกว่าจะถึงการปฏิวัติสัตว์อสูรครั้งต่อไป แล้วมาเกิดการจลาจลขึ้นในเวลานี้ได้อย่างไรกัน”
“พวกเราก็มิอาจแน่ใจได้ว่านี่เป็นเรื่องภายในของสัตว์อสูรวิเศษ หรือจะกลายเป็นการปฏิวัติสัตว์อสูรกันแน่ พอพวกเรารู้เหตุการณ์นี้แล้วจึง