ทุกคนเร่งฝีเท้าสุดกำลังจนในที่สุดก็ไปถึงเมืองไตรวารีก่อนพระอาทิตย์ตก
พวกเจ้าอ้วนชวีมองดูกำแพงเมืองอันสูงตระหง่านแล้วพากันตกตะลึง
“มีกำแพงเมืองสูงใหญ่ถึงเพียงนี้เชียว กำแพงเมืองของอาณาจักรตงเฉินมาเปรียบกับที่นี่ก็กลายเป็นอ่อนด้อยไปเลย!” เจ้าอ้วนชวีอุทาน
“กำแพงเมืองนี่คงจะสูงราวๆ ร้อยเมตรเลยกระมัง” เว่ยจือฉีเงยหน้าขึ้นมองกำแพงเมืองพลางคาดคะเนด้วยสายตา
“น่าจะราวๆ นั้นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็เพิ่งเคยเห็นกำแพงเมืองที่สูงขนาดนี้ เมื่อนึกถึงกำแพงเมืองที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่ากำแพงเมืองเหล่านั้นกลายเป็นของเด็กเล่นไปเลย
มีเพียงโอวหยางเฟยและเป่ยกงถังที่สงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง ถึงอย่างไรพวกเขาก็มิได้เพิ่งเคยเห็นสิ่งนี้เป็นครั้งแรก
“อันที่จริงแล้วมิใช่ว่ากำแพงเมืองจะสูงตระหง่านเช่นนี้ทั้งหมดหรอก” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “เพราะเมืองไตรวารีอยู่ใกล้เทือกเขาสั่วเฟยย่า และสัตว์อสูรวิเศษของที่นี่จะมีการปฏิวัติสัตว์อสูรอยู่ทุกๆ สองสามปี ดังนั้นจึงต้องสร้างกำแพงเมืองให้สูงใหญ่เอาไว้”
“การปฏิวัติสัตว์อสูรหรือก็คือการจลาจลที่เจ้าคำรามน้อยพูดถึงนั่นน่ะหรือ” เจ้าอ้วนชวีถาม
“คราวนี้มิอาจบอกได้แน่ชัด” ไป๋อวิ๋นฉีส่ายหน้าแล้วพูดว่า “การจลาจลในอดีตล้วนมีกฎระเบียบเป็นอย่างยิ่ง ส่วนการจลาจลสัตว์อสูรวิเศษในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องภายในของเทือกเขาสั่วเฟยย่า หรือว่ามาจากภายนอก แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ต้องไปบอกท่า