ัก
“นอกจากตระกูลซือหม่าสองตระกูลนี้ ก็ไม่มีตระกูลที่ใช้แซ่ซือหม่าอยู่อีกแล้วหรือ” เว่ยจือฉีนึกถึงจุดนี้ขึ้นมาจึงขมวดคิ้วถามขึ้น
“คนแซ่ซือหม่ามีอยู่ไม่น้อย แต่ตระกูลมีอยู่ไม่มาก ที่พวกเรารู้จักก็มีแค่สองตระกูลนี้นี่แหละ” ซุนลี่ลี่พูด “ถ้าหากแม้แต่พวกเรายังไม่เคยได้ยิน ตระกูลเช่นนั้นคงไม่มีพลังยุทธ์พอที่จะกล้าบุกไปเทือกเขาสั่วเฟยย่า ไปจับตัวท่านปู่เจ้าตามอำเภอใจหรอก”
“เช่นนั้นฮูหยินทราบหรือไม่ว่าปราณวิญญาณที่คนของตระกูลซือหม่าทั้งสองตระกูลฝึกนั้นเป็นปราณวิญญาณธาตุใด” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ตระกูลซือหม่าแห่งเมืองผิงคังส่วนใหญ่เป็นธาตุทองและธาตุดิน ส่วนของอาณาจักรอู๋กลางเป็นธาตุไฟ” ซุนลี่ลี่เอ่ยตอบ
“ธาตุไฟ…” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยพึมพำ “เช่นนั้นน่าจะเป็นตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลางแล้วล่ะ”
“ใช่แล้ว คนผู้นั้นที่บ้านข้ายังบอกด้วยว่าเขาเคยโชคดีได้เห็นคนของตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลางสำแดงทักษะวิญญาณ เปลวเพลิงท่วมฟ้ารวมตัวกันออกมาจากดาบใหญ่เล่มเดียว ดาบเปลวอัคคีนั้นมีพลานุภาพรุนแรงอย่างยิ่ง สามารถปลิดชีพสัตว์อสูรเทพตนหนึ่งได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว!”
“ดาบเปลวอัคคี!”
พวกเว่ยจือฉีต่างมองไปทางซือหม่าโยวเย่ว์ วันนั้นเธอก็สำแดงดาบเปลวอัคคีออกมาเช่นเดียวกัน
พอซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังเรื่องนี้ ในใจก็สั่นสะท้านอยู่บ้าง เมื่อได้รู้ว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่ตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลางจะเป็นตระ