“จะต้องเป็นคนที่ถูกการต่อสู้เมื่อครู่ดึงดูดมาอย่างแน่นอน ถ้าหากเป็นพวกโอหังหรือคนอื่นๆ เรื่องนี้ก็คงยุ่งยากเสียแล้ว” ไป๋อวิ๋นฉีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเช่นกันจึงขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น
ถ้าหากเป็นคนของกลุ่มโอหัง เมื่อเห็นคนของตนถูกสังหาร พอถึงเวลาย่อมต้องต่อสู้อีกยกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากเป็นคนอื่น คงยากที่จะห้ามมิให้พวกเขาพูดออกไป แต่พวกเขาย่อมมิอาจฆ่าทุกคนที่เห็นได้ทั้งหมดอยู่แล้ว
พวกเขาย่อมมิใช่คนอำมหิตเช่นนั้น
“จี๊ดๆ…” จิ้งจอกม่วงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงดิ้นอยู่ในกำมือไป๋อวิ๋นฉีอย่างอ่อนแรง
เพียงไม่นานเงาร่างคนกลุ่มหนึ่งก็เลี้ยวเข้ามา เมื่อเห็นว่าผู้มาเป็นใครได้ชัดเจน ทุกคนจึงถอนหายใจ
“นายน้อย!”
“ท่านอาหลี่!”
ไป๋อวิ๋นฉีและหลี่ขุยร้องออกมาพร้อมกัน
“นายน้อย พวกท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน” หลี่ขุยเห็นไป๋อวิ๋นฉีรวมทั้งซากศพด้านหลังพวกเขาจึงรีบเดินเข้ามาหา
“พวกเราวิ่งไล่ตามจิ้งจอกม่วงมาแล้วพบกับคนของกลุ่มโอหังเข้า” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “ท่านอาหลี่ แล้วพวกท่านมาได้อย่างไรกัน”
หลี่ขุยมองเห็นซากศพของฉินอู่ นัยน์ตาก็มีแววประหลาดใจสายหนึ่งวาบผ่าน เขามองพวกซือหม่าโยวเย่ว์ทั้งห้าคนอย่างไม่ทิ้งร่องรอยปราดหนึ่งแล้วเอ่ยตอบว่า “พวกเราอยู่ใกล้ๆ นี้แล้วได้ยินเสียงการต่อสู้ จึงเป็นกังวลว่าจะใช่คนของพวกเราหรือไม่ ก็เลยมาดูสักหน่อยน่ะ นายน้อย พวกท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่ แล้วฉินอู่ผู้นี้เล่า”
“ท่านอาหลี่ พวกเ