อสู้ของท่านก็คงจะแข็งแกร่งเช่นนี้แหละ!”
“พวกเจ้าอยู่ในเทือกเขาสั่วเฟยย่ากันมาสองปีแล้วอย่างนั้นหรือ ” ไป๋อวิ๋นฉีมองไปทางเจ้าอ้วนชวีอย่างประหลาดใจ
“อืม ก่อนจะมาถึงที่นี่ พวกเราฝึกยุทธ์กันอยู่ที่หุบเขาภายในข่ายมนตร์มาเนิ่นนาน เป็นพวกเดียวกับสัตว์อสูรวิเศษมาตลอด” เจ้าอ้วนชวีพูด
“มิน่าเล่า พลังการต่อสู้ของพวกเจ้าจึงได้ร้ายกาจเช่นนี้!” ไป๋อวิ๋นฉีอุทาน
คนทั่วไปต่างไปยังเทือกเขาสั่วเฟยย่าเพื่อเสาะหาสมุนไพรในบริเวณรอบๆ นั้น หรือไม่ก็เพื่อจับสัตว์อสูรวิเศษ ต่อให้เป็นพวกเขาเอง ที่มาที่นี่ก็เพียงเพื่อปฏิบัติภารกิจเท่านั้น น้อยนักที่จะมีคนมายังเทือกเขาเพื่อฝึกวิชา นอกจากนี้ยังอยู่นานถึงสองปีกว่าอีกด้วย!
เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ เขาก็รู้สึกนับถือพวกซือหม่าโยวเย่ว์ทั้งห้าคนขึ้นมาในใจ
แม้ว่าพลังยุทธ์ของฉินอู่จะสูงกว่าซือหม่าโยวเย่ว์ถึงสี่ขั้น แต่ระดับทักษะวิญญาณกลับสู้เธอมิได้ บวกกับสระวิญญาณของเธอที่ผ่านการดัดแปลงของเพลิงชาดจนใหญ่กว่าคนทั่วไปอยู่มาก ปราณวิญญาณเพียงพอ ดังนั้นกระบี่ทองที่เหลือของฉินอู่จึงค่อยๆ ถูกเปลวเพลิงของเธอหลอมละลายไปอย่างช้าๆ
“โอ้…”
กระบี่ทองถูกเผาผลาญไปจนสิ้น ตัวฉินอู่เองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย รู้สึกได้ว่าลำคอมีโลหิตพรั่งพรู จากนั้นมุมปากก็มีโลหิตหยดหนึ่งไหลออกมา ก่อนที่ตัวเขาจะล้มลงบนพื้น
ซือหม่าโยวเย่ว์มองฉินอู่อย่างเหยียดหยาม พลังการต่อสู้ของเจ้าคนผู้นี้ก็ไม่เท่าไร ไม่เหม