มมันไปคนเดียวได้อย่างไรกันขอรับ!” หลี่ขุยมองไป๋อวิ๋นเฟยอย่างไม่เห็นด้วยแล้วพูดว่า “ถ้าหากท่านออกไปแล้วเผชิญกับสัตว์อสูรเทพเข้าจะทำเช่นไรเล่า ถ้าหากหาเส้นทางไม่พบแล้วเดินออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จะทำเช่นไรเล่าขอรับ”
“นี่ข้าก็กลับมาแล้วมิใช่หรือ” ไป๋อวิ๋นฉีลูบศีรษะ “ทั้งยังพาคนกลับมาพร้อมกันอีกด้วย ใช่แล้ว ข้าแนะนำพวกท่านสักหน่อยก่อน นี่คือสหายที่ข้าเพิ่งพบพานในภูเขา นี่คือซือหม่าโยวเย่ว์ เว่ยจือฉี เจ้าอ้วนชวี และโอวหยางเฟย ส่วนสาวงามผู้นี้คือเป่ยกงถัง”
“ซือหม่าโยวเย่ว์หรือ เป็นคนของตระกูลซือหม่าอย่างนั้นหรือ” หลี่ขุยมองซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยแววตาไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
“มิใช่ มิใช่!” ไป๋อวิ๋นฉีรีบพูดอธิบาย “พวกโยวเย่ว์มาจากอาณาจักรตงเฉิน มิใช่คนของตระกูลซือหม่าเสียหน่อย”
พวกซือหม่าโยวเย่ว์คิดว่าจะถูกทุกคนกลอกตาใส่อย่างมากมายเพราะบอกว่าเป็นคนของอาณาจักรตงเฉิน แต่คิดไม่ถึงว่าสีหน้าของทุกคนจะกลับกลายเป็นดี
“ขอแค่มิใช่คนของตระกูลซือหม่าก็พอแล้ว” หลี่ขุยพูด
ดูเหมือนว่าทุกคนจะมีความรู้สึกต่อตระกูลซือหม่าอย่างแรงกล้าเลยทีเดียว!
“โยวเย่ว์ นี่คือท่านอาหลี่” ไป๋อวิ๋นฉีพูดพลางชี้หลี่ขุย “เขาเป็นผู้ที่มีพลังยุทธ์สูงส่งที่สุดในบรรดาพวกเราที่นี่”
“ท่านอาหลี่” พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็พากันเรียกไปกับไป๋อวิ๋นฉีด้วย
“พวกเจ้าดูกันตามสบายเลยนะ” ท่านอาหลี่พูดกับพวกเขา หลังจากนั้นจึงดึงตัวไป๋อวิ๋นฉีมาแล้วเอ่ยว่า ”นายน้