กกว่า
ชายหนุ่มก็กำลังมองประเมินพวกซือหม่าโยวเย่ว์เช่นเดียวกัน บนใบหน้าไม่มีความตื่นเต้นยามที่ได้พบเจอคนแปลกหน้าเลย
“พวกเจ้าเป็นใครกัน เหตุใดจึงต้องแอบฟังสิ่งที่พวกเราคุยกันอยู่บนต้นไม้ด้วยเล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“พวกเราก็แค่ผ่านทางมาเท่านั้น เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากน่ะ” เจ้าอ้วนชวีพูด “พี่ชาย สัตว์อสูรวิเศษของท่านเป็นสายพันธุ์ใดกันหรือ”
ดูคล้ายว่าชายหนุ่มจะไม่มีจิตใจระแวดระวังต่อผู้อื่นเลย เมื่อได้ฟังคำพูดของเจ้าอ้วนชวี จึงพูดอย่างลำพองใจว่า “ของข้าเป็นสุกรแดงสามตาอันหาได้ยากยิ่ง ร้ายกาจยิ่งนัก”
“แต่เจ้าทำเหมือนข้าเป็นสุนัขรับใช้อยู่บ่อยๆ” สุกรแดงสามตาพึมพำอยู่ข้างๆ พอชายหนุ่มได้ยินเข้า จึงฟาดฝ่ามือใส่มันอีกทีหนึ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าหมูที่ดูไม่สะดุดตาเช่นนี้จะเป็นถึงสุกรแดงสามตาอันหาได้ยากยิ่งของโลกใบนี้ เธอมองดูต่อไปจึงเห็นว่าบนหน้าผากของมันมีรอยแยกอยู่เส้นหนึ่ง น่าจะเป็นดวงตาที่สามที่ปิดสนิทอยู่
“ข้าชื่อเว่ยจือฉี ไม่ทราบว่าพี่ชายท่านนี้มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไรหรือ” เว่ยจือฉีประสานมือคารวะชายหนุ่มแล้วถามขึ้น
“ไอ้หยา… ชื่อของพวกเรามีคำว่าฉีเหมือนกันเลย!” ชายหนุ่มพูด “ข้าเชื่อไป๋อวิ๋นฉี เป็นคนของกลุ่มทหารรับจ้างนกนางนวล”
“กลุ่มทหารรับจ้างนกนางนวลหรือ” เว่ยจือฉีแย้มยิ้มแล้วพูดว่า “ที่แท้ก็เป็นคนของกลุ่มทหารรับจ้างนี่เอง เช่นนั้