กหน้า
“หามิได้ๆ พวกเรามิได้เป็นราชันวิญญาณกันหรอก” เว่ยจือฉีพูด “เพียงแค่โชคดีเท่านั้น จึงมาถึงที่นี่ได้”
ไป๋อวิ๋นเฟยแสดงสีหน้าที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองออกมา พลางพยักหน้าอย่างคลายใจ “ข้าก็บอกแล้วอย่างไรเล่า พรสวรรค์ของข้านับได้ว่าน่าอัศจรรย์แล้ว แล้วจะมีใครน่าอัศจรรย์ได้ยิ่งกว่าข้าอีกเล่า”
พวกซือหม่าโยวเย่ว์มองเขาอย่างอับจนคำพูด นิสัยของเจ้าคนผู้นี้นี่มันอย่างไรกัน! มีคนหลงตัวเองถึงเพียงนี้อยู่ด้วยหรือ
ไป๋อวิ๋นฉีดูคล้ายจะสัมผัสความคิดของพวกเขาไม่ได้เลย เขาพูดต่อไปว่า “แต่พวกเจ้าเดินออกมาจากที่นั่นได้ก็มิใช่เรื่องง่ายเลย ไม่ถูกสัตว์อสูรเทพบดขยี้ โชคดีใช้ได้เลยทีเดียว”
“พี่ไป๋ พวกเราอยากถามสักหน่อยว่าที่อาณาจักรจันทร์ประจิมมีตระกูลซือหม่าอยู่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ตระกูลซือหม่าหรือ มีสิ ที่เมืองผิงคังที่สำนักใหญ่ของพวกเราตั้งอยู่ก็มีตระกูลซือหม่าอยู่ตระกูลหนึ่ง” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “ทำไมหรือ พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อตามหาตระกูลซือหม่าอย่างนั้นหรือ”
“อื้ม มีธุระที่ต้องไปหาพวกเขาหน่อยน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“คนตระกูลซือหม่านั่นมิใช่คนดีอะไรเลย เจ้าจะไปหาพวกเขาทำไมกัน” ไป๋อวิ๋นฉีถามพลางมองซือหม่าโยวเย่ว์
“พวกเขาจับตัวคนในครอบครัวข้าไป ข้าจะไปช่วยพวกเขา” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
คิดไม่ถึงว่าพอออกมาก็จะได้ยินเบาะแสของตระกูลซือหม่าเลย นี่ทำให้ทุกคนเบาใจลงได้บ้างเล็กน้อย
“จับตัวคนหรือ นี่ดูเป็นเรื่องที่ต