ยู่บนบ่าซือหม่าโยวเย่ว์พลางแลบลิ้นใส่เชียนอิน
“ในเมื่อเป็นสัตว์อสูรของข้าด้วยกันทั้งหมด ข้าย่อมมิอาจลำเอียงเข้าข้างใครได้หรอกนะ เชียนอิน เจ้าก็ต้องออมมือหน่อยนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ดึงตัวเจ้าคำรามน้อยลงมาแล้วโยนไปทางเชียนอิน
ก่อนหน้านี้เจ้าคำรามน้อยเป็นคนของตน ต่อให้ไม่แยแสก็ยังต้องช่วยเหลือคนของตน แต่ตอนนี้เป็นสัตว์อสูรของตนด้วยกันทั้งคู่ เช่นนั้นเรื่องนี้ก็กลายเป็นความขัดแย้งภายในแล้ว เธอจึงไม่อยากเข้าข้างใคร
แน่นอนว่าตอนนี้ที่เชียนอินบอกว่าจะจัดการเจ้าคำรามน้อยก็เป็นเพียงการแสดงท่าทีไปอย่างนั้น มิได้คิดจะฆ่าแกงเจ้าคำรามน้อยจริงๆ เหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูเชียนอินวิ่งไล่จับเจ้าคำรามน้อยมาตีรอบหนึ่ง หลังจากนั้นจึงพามันเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณ
พอเชียนอินเข้าไปยังเจดีย์วิญญาณแล้วก็ชอบใจในสภาพแวดล้อม เมื่อรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์วางแผนจะให้เผ่าพันธุ์ของตนมาอยู่ที่นี่ ในภายหน้าย่อมติดตามไปกับเธอได้ ก็เป็นการจัดการที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ดังนั้นมันจึงพาพวกซือหม่าโยวเย่ว์ไปยังอาณาเขตของตนอย่างเต็มใจ
เมื่อไปถึงที่นั่นโยวเย่ว์จึงรู้ว่าที่มีอยู่มิใช่จิ้งจอกวิญญาณเจ็ดหางทั้งหมด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสามหาง สี่หาง และห้าหาง
เธอลองถามเชียนอินดูจึงได้รู้ว่ายิ่งสายโลหิตสูงส่งก็จะยิ่งมีหางมาก มีมันเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่มีเจ็ดหาง มิน่าเล่าจึงเป็นราชาของพวกมันได้
เมื่อได้รู้ว่าราชาของตนทำพันธสั