ว่า “ตอนนั้นสิ่งที่เจ้าคำรามน้อยพูดเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่นเท่านั้น เรื่องราวก็ผ่านไปเนิ่นนานถึงเพียงนี้แล้ว และพวกเราก็กำลังจะไปจากที่แห่งนี้ด้วย ข้าจะชดเชยให้กับเจ้า แล้วปล่อยผ่านเรื่องนี้เถิดนะ”
ราชาสัตว์อสูรมองซือหม่าโยวเย่ว์โดยไม่เอ่ยวาจา ทำให้เธอคิดว่าราชาสัตว์อสูรไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้
“เจ้าจะให้การชดเชยกับข้าอย่างไร” ผ่านไปเกือบหนึ่งนาที ราชาสัตว์อสูรจึงเปิดปากพูด
“เท่าที่อยู่ในขอบเขตความสามารถ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เรื่องที่เกินกว่าขอบเขตความสามารถของเธอ เธอก็มิอาจรับปากได้อยู่แล้ว
“ข้าก็มิได้อยากได้สิ่งของของเจ้า เพียงแต่ว่ามีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง” ราชาสัตว์อสูรพูด
“เงื่อนไขอันใดหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“พาข้ากับสมาชิกในเผ่าพันธุ์ข้าออกไป” ราชาสัตว์อสูรพูด
“ออกไปหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองราชาสัตว์อสูรแล้วถามว่า “เจ้าจะไปจากอาณาเขตของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
ราชาสัตว์อสูรตะเกียกตะกายขึ้นมาจากพื้นก่อนจะสะบัดขนบนร่างแล้วพูดว่า “ข้าค้นพบตั้งนานแล้วว่าที่แห่งนี้ก็คือกรงขังแห่งหนึ่ง นั่นเป็นเพียงแค่อาณาเขตเล็กๆ ภายในกรงใบหนึ่งเท่านั้น มีอะไรให้อาลัยอาวรณ์กันเล่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์เกิดความสนใจในตัวมันขึ้นมาจึงหย่อนก้นนั่งลงบนพื้นแล้วพูดว่า “ยอดเยี่ยมนัก เจ้ามองออกทั้งหมดเลย! เจ้าค้นพบตั้งแต่เมื่อใดหรือ”
ในขณะนี้แรงดึงดูดของดวงวิญญาณซือหม่าโยวเย่ว์แผ่กระจายออกมา ราชาสัตว์อสูรเห็นเธอนั่งลงพูด