“ขอเพียงแค่อยากศึกษา ก็ย่อมมีเวลาอยู่แล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ผู้ยิ่งใหญ่เคยพูดเอาไว้มิใช่หรือว่าเวลาก็เหมือนกับน้ำในฟองน้ำ ขอเพียงแค่บีบมัน ก็ย่อมมีอยู่เสมอนั่นแหละ”
เป่ยกงถังยังคงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าจำเป็นต้องใช้เวลาในการฝึกยุทธ์เพิ่มมากขึ้น เพราะข้าไม่มีเวลามากมายถึงเพียงนั้นอีกแล้ว”
“เพราะคนในครอบครัวของเจ้าใช่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“อื้ม ข้าเคยบอกเอาไว้ว่าจะไปช่วยพวกเขา แต่ตอนนี้ข้ากลับมิอาจไปได้ ข้าจะต้องไปถึงระดับเทพโดยเร็วที่สุดจึงจะมีคุณสมบัติพอให้ไปช่วยเหลือพวกเขาได้” เป่ยกงถังพูด “ดังนั้นเป้าหมายของข้าจึงมิใช่แค่การออกไปจากเทือกเขาแห่งนี้เท่านั้น”
เมื่อเห็นความอดกลั้นบนใบหน้าเป่ยกงถัง ทุกคนจึงพากันลำบากใจแทนนาง เจ้าอ้วนชวีพูดว่า “เป่ยกง เจ้าจะไปช่วยใครหรือ”
“ท่านแม่กับน้องชายของข้า”
“แล้วท่านพ่อของเจ้าเล่า”
“อย่าเอ่ยถึงเจ้าเดนมนุษย์นั่นให้ข้าได้ยินเชียว!” เป่ยกงถังเดือดดาลขึ้นมาในทันใด น้ำเสียงก็ย่ำแย่อยู่บ้าง “ขอโทษด้วย ข้าไม่ควร…”
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปดึงมือเธอเอาไว้แล้วพูดว่า “เป่ยกง เจ้าเล่าเรื่องราวของเจ้าให้พวกเราฟังได้หรือไม่”
“อันที่จริงเรื่องของข้าไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก เพียงแค่ได้เจอกับพ่อที่เป็นกากเดนมนุษย์ ไปชอบพอหญิงอื่นเข้า แล้วหญิงสาวผู้นั้นก็ให้กำเนิดบุตรสาว หลังจากนั้นจึงร่วมมือกันรังแกท่านแม่และน้องชายข้า เพราะเหตุผลเหล่านี้ทำให้ข้าถูกขับไ