เจ้าคำรามน้อยหดคอ นัยน์ตาทั้งสองกลอกซ้ายขวา ขาสั้นป้อมลองตีมือซือหม่าโยวเย่ว์เบาๆ
“ข้า… ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์งอนิ้วโป้งและนิ้วชี้แล้วดีดใส่หัวมันอย่างแรงทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ถ้าหากเจ้ามิได้ทำอะไร เช่นนั้นสัตว์อสูรเทพเหล่านั้นจะมาวิ่งไล่ตามเจ้าได้อย่างไร เจ้ามิได้มีแรงดึงดูดต่อสัตว์อสูรวิเศษโดยกำเนิดหรอกหรือ ถ้าหากมิได้ก่อเรื่องอันใด แล้วจะถูกผู้อื่นไล่ตามสังหารเจ้ากันหมดฝูงได้อย่างไรกัน เจ้าจะบอกหรือไม่ หากไม่บอกข้าก็จะโยนเจ้าออกไปแล้วนะ ถึงอย่างไรตอนนี้สัตว์อสูรเทพเหล่านั้นก็ยังอยู่ข้างนอกกันอยู่”
เมื่อได้ฟังคำขู่ของซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าคำรามน้อยจึงพูดด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่งว่า “อันที่จริงข้าก็มิได้ทำอะไรหรอก หลังจากได้เห็นว่าราชินีของพวกมันงดงามยิ่งนัก ข้าก็เลยพูดแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้น”
“พูดแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ดีดหัวมันอีกครั้งหนึ่งแล้วตะคอกว่า “เจ้าไปเกี้ยวพานชายาของผู้อื่นใช่ไหม”
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ หลังจากนั้นชายาผู้นั้นก็บอกว่าจะไปกับข้า” เจ้าคำรามน้อยเสียใจเป็นอย่างยิ่ง “ใครจะไปคิดว่าราชาของพวกมันจะเห็นเป็นจริงเป็นจัง เรื่องจึงกลายเป็นเช่นนี้ เย่ว์เย่ว์ ข้าแค่พูดไม่กี่ประโยคเท่านั้นจริงๆ นะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์อับจนคำพูด เจ้านี่ช่างก่อเรื่องวุ่นวายได้เก่งเสียจริง
“แล้วไม่กี่ประโยคที่ว่านั่นเจ้าพูดอะไรบ้าง” เธอเดาว่าจะต้องมิใช่เร