ทางเธอ ซือหม่าโยวเย่ว์ได้สติกลับคืนมาในทันทีแล้วตะโกนเสียงดังไปทางพวกเป่ยกงถังว่า “โอวหยาง เป่ยกง เลิกสู้กันได้แล้ว วิ่งหนีเร็วเข้า! เจ้าอ้วน อย่ามัวแต่นอนสิ รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า!”
“มีเรื่องอันใดหรือ โยวเย่ว์ ข้าเหนื่อยจนไม่มีแรงวิ่งแล้วล่ะ!” เจ้าอ้วนชวีเอนกายอยู่บนพื้น ยังไม่รู้ว่าอันตรายมาเยือนเสียแล้ว
“ข้าก็ด้วย หมดแรงแล้วล่ะ” เว่ยจือฉีพูด
สัตว์อสูรวิเศษในละแวกนี้ล้วนถูกพวกเขาเก็บกวาดไปรอบหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีสัตว์อสูรวิเศษเต็มใจออกมากันสักเท่าใดนัก สองวันนี้พวกเขากำลังคิดจะย้ายถิ่นฐานกันอีกครั้งอยู่พอดี ดังนั้นตอนที่พวกเขาต่อสู้กันจึงมิได้ออมแรงตนเอาไว้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อเป่ยกงถังและโอวหยางเฟยได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วจึงหยุดลงก่อนจะมองไปยังทิศทางที่เกิดความเคลื่อนไหว ก็เห็นสัตว์อสูรเทพฝูงหนึ่ง ทั้งสองก็ตะลึงงันไปทันที แต่เสียงตะโกนของซือหม่าโยวเย่ว์ทำให้พวกเขาได้สติกลับคืนมาแล้ววิ่งเข้ามาช่วยซือหม่าโยวเย่ว์ดึงตัวสองคนบนพื้นขึ้นมาแล้วออกวิ่ง
เจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีจึงค่อยค้นพบว่ามีสัตว์อสูรเทพฝูงหนึ่งกำลังบุกเข้ามา คราวนี้ไม่ต้องให้พวกซือหม่าโยวเย่ว์เร่ง พวกเขาก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วกันเองแล้ว
“ข้าตรวจสอบดูแล้ว สัตว์อสูรเทพมิได้อยู่กันแต่ที่บริเวณชั้นในหรอกหรือ แล้วที่นี่มีสัตว์อสูรเทพมากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน!” เจ้าอ้วนชวีเห็นสัตว์อสูรเทพที่เคลื่อนเข้ามาใกล้อย่าง