ลับไปเป็นเช่นก่อนหน้านี้แล้ว
พวกซือหม่าโยวเย่ว์จากไป ย่อมไม่รู้อยู่ความคิดของบรรดาสัตว์อสูรวิเศษระดับต่ำที่อยู่ด้านหลังเหล่านั้นอยู่แล้ว ถ้าหากล่วงรู้คาดว่าคงจะต่อต้าน พวกเขาน่าพิศวงขนาดที่พูดเสียที่ไหนกัน
แต่เธอก็ค้นพบแล้วว่าพวกเขาทุกคนต่างก็มีความสามารถในการต่อสู้แบบก้าวกระโดด ส่วนพวกเว่ยจือฉีนั้นถึงแม้ว่าจะยังเป็นปรมาจารย์วิญญาณ แต่หากต้องประมือกับมหาปรมาจารย์วิญญาณก็ไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเป่ยกงและโอวหยางเฟย ถ้าหากสู้อย่างสุดกำลัง พลังการต่อสู้ก็น่าจะเทียบเคียงได้กับมหาปรมาจารย์วิญญาณขั้นเจ็ดขั้นแปดเลยทีเดียว
ส่วนตัวเธอเองนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ความสามารถในชาติก่อน พลังจิตอันน่าพิศวงในชาตินี้ บวกกับพลังวิญญาณที่ยิ่งใหญ่กว่าคนทั่วไปหลังจากถูกดัดแปลง ทั้งยังมีพรสวรรค์พหุธาตุ ต่อให้เผชิญกับราชาวิญญาณขั้นกลางก็ใช่ว่าเธอจะไม่มีโอกาสชนะ
เมื่อนึกถึงว่าตอนนี้ใช้งานเจดีย์วิญญาณได้ด้วย เธอจึงให้เจ้าวิญญาณน้อยเด็ดผลไม้ทิพย์มาจำนวนหนึ่งแล้วหยิบออกมาแบ่งให้คนละสองผล กินผลไม้ทิพย์ไปพลาง เดินทางไปพลาง
“ผลไม้ทิพย์หรือ โยวเย่ว์ เจ้าไปเอามาจากไหนกัน” เจ้าอ้วนชวีมองเห็นผลไม้ทิพย์จึงกัดคำหนึ่งก็พบว่าชุ่มฉ่ำน้ำ เมื่อกลืนลงท้องแล้วพลังวิญญาณขุมหนึ่งก็โคจรจากในท้องไปยังเส้นลมปราณ หลังจากนั้นก็ไหลจากเส้นลมปราณเข้าไปยังสระพลังวิญญาณ
“เสกออกมาน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์กัดผลไม้ทิพย์คำหนึ่งแล้วพูดขึ้น
“