ผลไม้ทิพย์นี้ดีกว่าที่เคยกินก่อนหน้านี้มากนัก พลังวิญญาณที่แฝงอยู่ภายในก็มากกว่าด้วย” เว่ยจือฉีพูด
เป่ยกงถังและโอวหยางเฟยกินผลไม้ทิพย์อย่างเงียบๆ แต่นัยน์ตาก็เจือแววใคร่รู้เช่นกัน
ตอนนี้ซือหม่าโยวเย่ว์ยังไม่อยากบอกให้พวกเขารู้ถึงการมีอยู่ของเจดีย์วิญญาณ ถึงแม้ว่าทุกคนจะคาดเดาได้เล็กน้อย แต่ก็รู้อยู่ในใจมิได้พูดออกมา
แน่นอนว่าให้พวกเขารู้ความลับบางอย่างของตน นอกจากจะเพื่อความเชื่อใจพวกเขาแล้วก็เพื่อความสะดวกของตนด้วย พอถึงเวลานั้นตนอยากจะทำอะไรก็จะไม่ยุ่งยากจนเกินไป
ถึงอย่างไรก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีความลับบางอย่างที่มิอาจเปิดเผยได้โดยง่าย
นอกจากนี้การกินผลไม้ทิพย์เป็นประจำยังช่วยเพิ่มพื้นฐานการบำเพ็ญของทุกคนได้ด้วย
“มีความเคลื่อนไหว” ซือหม่าโยวเย่ว์หยุดยืนอย่างกะทันหันแล้วโยนผลไม้ทิพย์ในมือทิ้งไป ก่อนจะหยิบหลิงหลงออกมาพลางมองไปเบื้องหน้าทางซ้ายอย่างระแวดระวัง
เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์โยนผลไม้ทิพย์ที่เพิ่งกินไปสองคำทิ้งเสียอย่างนั้น เจ้าอ้วนชวีก็เจ็บปวดใจไม่น้อย แต่เมื่อนึกดูอีกทีก็รู้ว่าเธอจะต้องมีผลไม้ทิพย์มากมายอย่างแน่นอน จึงยินดีอยู่ในใจ เช่นนี้ก็แปลว่าต่อไปตนจะได้กินผลไม้ทิพย์บ่อยๆ แล้วใช่หรือไม่!
ที่เผชิญในคราวนี้ก็คือเสือเขี้ยวดาบ สัตว์อสูรทิพย์ขั้นหนึ่ง เมื่อเห็นพวกเขา เสือเขี้ยวดาบก็พุ่งตรงเข้ามา ดูเหมือนว่าจะหิวกระหายอย่างยิ่ง อยากกินพวกเขาเต็มแก่
“เพิ่งมาถึงก็พบสัตว์อสูรท