กไหล่ “ข้าก็กลับบ้านมาแล้วเช่นกัน เดิมทีบิดามารดาข้าไม่เห็นด้วยที่ข้าจะจากไป แต่ท่านอาของข้าบอกว่าออกไปข้างนอกแล้วน่าจะแข็งแกร่งกว่าอยู่ที่นี่ นอกจากนี้ยังไปกับเจ้าด้วย ต้องเดินไปได้ไกลกว่าอย่างแน่นอน ต่อให้ต้องสละชีวิตเพราะเหตุนี้ ชีวิตนี้ก็นับได้ว่าคุ้มค่าแล้ว”
คิดไม่ถึงว่าเขาก็มีความคิดเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเป่ยกงถังและโอวหยางเฟย เป่ยกงถังพูดว่า “ถึงอย่างไรข้าก็มิอาจอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตได้หรอก ข้ายังมีความแค้นที่ต้องชำระ ในเมื่อช้าเร็วก็ต้องจากไปอยู่ดี เช่นนั้นมิสู้อยู่กับพวกเจ้าดีกว่า ถึงอย่างไรก็เป็นพวกเจ้าที่สอนให้ข้ารู้จักความสามัคคี”
โอวหยางเฟยก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ก่อนหน้านี้เขาก็เป็นคนของอาณาจักรทักษิณายาตรอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเผชิญกับสิ่งใดจึงได้หลบหนีมาที่นี่ แต่ในที่สุดก็ต้องกลับไปอยู่ดี
“พวกเจ้าคิดกันดีแล้วจริงๆ หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองพวกเขา “โดยเฉพาะจือฉีกับเจ้าอ้วน เมื่อใดที่พวกเราออกไปแล้วก็ยากนักที่จะได้กลับมานะ”
“คิดดีแล้วน่า ข้าคิดดีแล้ว ไปกันเสียทีเถิด” เจ้าอ้วนชวีลากร่างกายอันอ้วนกลมปีนป่ายขึ้นไปบนหลังของย่ากวง แต่กลับถูกซือหม่าโยวเย่ว์ดึงคอเสื้อเอาไว้แล้วลากลงไป
“นั่งสัตว์อสูรวิเศษของเจ้าไปเองสิ อย่าไปทับย่ากวงเชียวนะ”
เจ้าอ้วนชวีรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์พูดเช่นนี้ก็หมายความว่ายอมเห็นด้วยแล้ว เขาส่งเสียงพึมพำเรียกสัตว์อสูรวิเศษของตนออก