มาแล้วขึ้นไปขี่มัน
พวกเว่ยจือฉีก็เรียกสัตว์อสูรวิเศษของตนออกมาเช่นเดียวกัน ทั้งห้าคนขี่สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของตนวิ่งตรงไปยังเมืองเบื้องหน้า ไปที่นั่นเพื่อใช้ค่ายกลนำส่งไปยังเทือกเขาสั่วเฟยย่า
สองวันให้หลัง พวกเขาก็มาถึงยังตีนเขาสั่วเฟยย่า พวกเขามองดูเทือกเขาสูงตระหง่านแล้วจึงเกิดความรู้สึกอยากแหงนหน้าขึ้นไปมอง
“โอวหยาง เจ้าแน่ใจหรือว่าสภาพแวดล้อมของที่นี่ดีที่สุดแล้วน่ะ” เจ้าอ้วนชวีเห็นหุบผาช่องเขามากมายจึงมองโอวหยางเฟยอย่างสงสัย
เพราะพลังยุทธ์ของพวกเขาทั้งห้าล้วนสูงส่ง ดังนั้นจึงตัดสินใจจะหาสถานที่ที่สภาพแวดล้อมดีสักหน่อย และมีสัตว์อสูรวิเศษที่ระดับพลังยุทธ์ค่อนข้างต่ำสักหน่อย ค่อยๆ ยกระดับพลังยุทธ์ของตนเอง
เพราะก่อนที่โอวหยางเฟยจะไปยังเมืองหลวงก็เคยอยู่ที่เทือกเขาสั่วเฟยย่ามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นจึงให้โอวหยางพาพวกเขาเข้าไปในภูเขา
โอวหยางเหลือบมองเจ้าอ้วนชวีปราดหนึ่งแล้วพูดอย่างเรียบๆ ว่า “หรือเจ้าจะมานำเล่า”
เจ้าอ้วนชวีรีบโบกไม้โบกมือ ล้อเล่นแล้ว เขาไม่เคยมาที่นี่เสียหน่อย แล้วจะนำทางทุกคนได้อย่างไรกันเล่า
“โอวหยาง นี่คือสถานที่ที่เจ้ามาใช่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“อืม ทางฟากโน้นของเทือกเขาก็คือสี่อาณาจักรใหญ่ แต่เทือกเขานี้กว้างกว่าพันลี้ และยิ่งเข้าไปใกล้ศูนย์กลาง ระดับขั้นของสัตว์อสูรวิเศษก็ยิ่งสูง แถมในบรรดานั้นยังมีสัตว์อสูรเทพจำนวนไม่น้อยอีกด้วย” โอวหยางเฟยพูด
“อันต