นข้าน้อยขอตัวไปจัดการก่อนนะขอรับ” พ่อบ้านค้อมกายเล็กน้อยเตรียมจะจากไป
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นพ่อบ้านเพิ่งกลับมาแล้วกำลังจะไปทำงานต่อโดยที่ยังไม่ทันได้พักหายใจ จึงเอ่ยว่า “เวลาในช่วงนี้ลำบากยิ่งนัก ต้องรบกวนท่านด้วย”
พ่อบ้านส่ายหน้า “ได้เป็นธุระให้ตระกูลซือหม่า นับเป็นวาสนาของตาแก่เช่นข้าแล้วขอรับ”
“ท่านอาฝู ขอบคุณท่านมาก”
พ่อบ้านออกไปพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่ซือหม่าเลี่ยจากไปแล้วเอ่ยพึมพำว่า “ท่านนายพล… คุณชายเติบใหญ่แล้วจริงๆ นะขอรับ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์ออกมาจากห้องประชุม ก็เห็นคนที่กำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมจวนซือหม่า จึงผ่อนลมหายใจยาว
เมื่อเห็นหอหนังสือสะสมอันสมบูรณ์ไร้ที่ติ เธอจึงนึกถึงข้อสงสัยก่อนหน้านี้ขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปอย่างช้าๆ
เธอหยุดยืนอยู่ตรงเบื้องหน้าหอหนังสือสะสมแล้วนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ซือหม่าเลี่ยพาตนมาที่นี่เป็นครั้งแรกขึ้นมา ความคิดวูบไหวคราหนึ่ง กุญแจดอกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่กลางอุ้งมือของเธอ
“คลิก…”
เธอเสียบลูกกุญแจเข้าไปในรูกุญแจ ประตูก็เปิดออกตามเสียงนั้น
เมื่อผลักประตูเปิดเข้าไป เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ประตูก็ปิดลง
เธอเดินขึ้นเดินลงวนไปวนมาอยู่ภายในหอหนังสือหลายรอบก็ไม่พบสิ่งใดเป็นพิเศษ เพียงแค่พบหีบใบหนึ่งที่ชั้นบนสุดเท่านั้น
เธอหยิบหีบมาเปิดออก ก็เห็นว่าภายในนั้นมีแบบจำลองของหอหนังสือสะสมอยู่อันหนึ่งซึ่งมีความละเอียดและประณีต
“คราวก่อนที่มา