ึ่ง ซือหม่าโยวเย่ว์จึงลืมตาขึ้น พลังจิตมิได้อ่อนล้ามากจนเกินไปนัก
อสูรหมีดินนอนหมอบอยู่ในกรง ซือหม่าโยวเย่ว์ก้าวเข้าไปแล้วเปิดกรงออก อสูรหมีดินยังไม่รู้เลยว่าตัวเองออกมาได้
พอผู้คนในที่นั้นเห็นเธอเปิดกรงออกก็พากันตกใจจนร่นถอยหลังไป แต่เมื่อเห็นอสูรหมีดินมิได้ออกมาโจมตีผู้คนจึงได้ชมต่อไปอย่างสบายใจ
รองประธานสมาคมก้าวเข้ามามองดูอสูรหมีดินพลางเอ่ยว่า “ฝึกมันให้เชื่องได้สำเร็จแล้วจริงด้วย คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะทำได้สำเร็จจริงๆ นอกจากนี้ยังใช้เวลาสั้นกว่านักฝึกสัตว์อสูรทั่วไปถึงหนึ่งในสามส่วนอีกด้วย มิใช่เรื่องง่ายเลยนะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “สัตว์อสูรวิเศษที่ข้าฝึกนั้นยังมีความพิเศษอยู่อีกอย่างหนึ่งด้วยนะ”
“อะไรหรือ” รองประธานสมาคมถาม
“เจ้านายของสัตว์อสูรวิเศษตนนี้อยู่หรือไม่ ถ้าหากอยู่ ท่านก็ให้เขาทดสอบดูที่นี่ได้เลย เชื่อว่าผลลัพธ์ไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
รองประธานสมาคมมองชายวัยกลางคนที่รออยู่ข้างๆ ปราดหนึ่ง คนผู้นั้นก็เข้าใจแล้วเดินเข้ามา
ความจริงแล้วในตอนแรกเมื่อได้ยินว่าจะให้ซือหม่าโยวเย่ว์ฝึกสัตว์อสูรวิเศษของตนให้เชื่อง เขาไม่เห็นด้วยเลย แต่ตนได้มอบความไว้วางใจให้สมาคมนักฝึกสัตว์อสูรดูแลสัตว์อสูรวิเศษตนนี้แล้ว รองประธานสมาคมก็มิได้พูดอะไร ดังนั้นเขาจึงได้แต่ดูอยู่ข้างๆ เท่านั้น
คิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะฝึกสัตว์อสูรได้สำเร็จจริงๆ ตอนนี้เข