้อย่างไรกัน ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริง เช่นนั้นพวกเราคงต้องแทรกแผ่นดินหนึกันหมดแล้วล่ะ หากเป็นเช่นนี้พวกเราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไมกัน”
“แต่ข้าเห็นท่าทางเขาเหมือนกำลังจะฝึกสัตว์อสูรจริงๆ นี่นา!”
“ถ้าหากเขาเป็นนักฝึกสัตว์อสูร ทั้งยังเป็นนักหลอมยาจริงๆ เช่นนั้นเขาจะเป็นคนที่ร้ายกาจขนาดไหน! ต่อให้ตระกูลซือหม่าเหลือเขาเป็นเจ้านายอยู่เพียงคนเดียว ก็ไม่มีทางล่มจมอย่างแน่นอน”
“พวกเจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ว่าดูเหมือนสิ่งที่อยู่ในกรงจะเป็นสัตว์อสูรทิพย์!”
“อะไรนะ!”
คราวนี้สายตาของทุกคนไปจับอยู่ภายในกรง จึงพบว่าเป็นสัตว์อสูรทิพย์ตนหนึ่ง ถ้าหากเขาฝึกมันให้เชื่องได้สำเร็จ เช่นนั้นเขาก็คือนักฝึกสัตว์อสูรจริงๆ แล้ว…
ทุกคนไม่กล้าคิดต่อไปเพราะกลัวว่าหากตนคิดต่อไปจนจบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว
ผู้คนจำนวนไม่น้อยล้วนเชื่อว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นนักฝึกสัตว์อสูรแล้ว แต่แน่นอนว่าย่อมมีคนไม่เชื่อเช่นกัน
สือมั่วลี่ไม่เชื่อ นางมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเอ่ยว่า “ซือหม่าโยวเย่ว์ ตระกูลซือหม่าเกิดเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ เจ้าไม่ยอมอยู่ติดบ้านแล้ววิ่งออกมาทำไมกัน เจ้ามิใช่นักหลอมยาหรอกหรือ ทำไมเล่า เจ้าคิดว่าเจ้าสัตว์อสูรวิเศษนี่จะยอมให้เจ้าควบคุมได้เหมือนเครื่องยาอย่างนั้นหรือ หรือเจ้ายังคิดว่าเจ้าเป็นนักฝึกสัตว์อสูรด้วย ถ้าหากข้าเป็นเจ้าคงไม่มีทางมาขายขี้หน้าที่นี่หรอกนะ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองสือมั่วลี่ปราดหนึ่งแล้วพูดอย่างเรียบเร