ฝึกสัตว์อสูรจะช่วยเติมเต็มช่องว่างของพวกเราได้เป็นการชั่วคราว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “และเพื่อเป็นการตอบแทน ข้ายินดีฝึกสัตว์อสูรทิพย์จำนวนหนึ่งให้กับสมาคมนักฝึกสัตว์อสูร”
“เจ้าว่าอะไรนะ! เจ้าทำให้สัตว์อสูรทิพย์เชื่องได้อย่างนั้นหรือ!”
รองประธานสมาคมและเว่ยจือฉีต่างตกตะลึงไป คิดว่าตนหูแว่วเสียแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว มิทราบว่าเรื่องนี้พอจะแลกเปลี่ยนกับสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรได้หรือไม่”
“โยวเย่ว์ เจ้าเป็นนักฝึกสัตว์อสูรแล้วหรือ” เว่ยจือฉีมองซือหม่าโยวเย่ว์ ถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับเธอทุกวัน เธอก็ยังคงทำให้พวกเขาประหลาดใจได้ตลอด
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
สายตาของรองประธานสมาคมที่มองไปทางซือหม่าโยวเย่ว์เปลี่ยนแปลงไปอยู่บ้างแล้วพูดว่า “เจ้าเคยฝึกสัตว์อสูรทิพย์มาก่อนหรือ”
“ใช่แล้ว”
“ขั้นใดหรือ”
“ขั้นสี่”
สายตาของเว่ยจือฉีที่มองซือหม่าโยวเย่ว์นั้นราวกับมองสัตว์ประหลาด ท่านอาเคยบอกว่าเขามีพรสวรรค์เหนือผู้ใด ในภายหน้าจะต้องประสบความสำเร็จอย่างไม่ธรรมดา แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่อาจฝึกสัตว์อสูรทิพย์ได้เลย ทว่าซือหม่าโยวเย่ว์กลับฝึกสัตว์อสูรทิพย์ขั้นสี่ให้เชื่องได้แล้ว
แม้กระทั่งท่านอาของเขาผู้เป็นรองประธานสมาคมของสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรที่มีชีวิตอยู่มานานกว่าเธอหลายสิบหลายร้อยปีก็ยังฝึกได้เพียงแค่สัตว์อสูรทิพย์ขั้นหกเท่านั้นเอง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าระดับพลังวิญญาณของน