เปลวเพลิงอันร้อนแรงอาบย้อมทั่วทั้งท้องฟ้าจนกลายเป็นสีแดง บ้านทั้งหลังถูกเผาจนกลายเป็นซากปรักหักพัง ป้ายเหนือประตูที่เขียนว่า จวนซีเหมิน สามตัวอักษร ค่อยๆ ถูกเปลวไฟกลืนกินอย่างช้าๆ
“ซีเหมินโยวเย่ว์ เจ้ามิได้เที่ยวกดดันข้าไปทั่วทุกหนแห่งเพราะถือว่าตัวเองมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมกว่าข้าหรอกหรือ เจ้าหันกลับมาดูบ้างสิว่าตอนนี้ตระกูลซีเหมินของเจ้ากลายสภาพเป็นเช่นไรไปเสียแล้ว ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะกรีดแหลมดังมาจากกลางกองเพลิง บาดแก้วหูเป็นอย่างยิ่ง
“ลูกเอ๋ย เรื่องนี้มิอาจตำหนิเจ้าได้หรอก ในภายหน้าเจ้าต้องใช้ชีวิตต่อไปให้ดีๆ นะ แม่หวังว่าเจ้าจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป…” น้ำเสียงอบอุ่นเต็มไปด้วยความรักใคร่บรรเทาความเจ็บปวดอันไร้ที่สิ้นสุดของเธอ
ชุดแต่งงานสีแดง เปลวเพลิงสีแดง หยาดโลหิตสีแดง วาบผ่านไปมาท่ามกลางสายตาไม่หยุดหย่อน ในที่สุดซือหม่าโยวเย่ว์ก็ทนไม่ไหวแล้วลืมตาขึ้นในทันใด
“คุณชาย ท่านฟื้นแล้ว!” ชุนเจี้ยนเห็นหางตาของซือหม่าโยวเย่ว์มีน้ำตาไหลรินไม่หยุด นางกำลังเช็ดน้ำตาที่หางตาให้เธอ เมื่อเห็นเธอลืมตาจึงร้องขึ้นมาอย่างดีใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์กลอกตาไปมองก็เห็นใบหน้าของชุนเจี้ยน สติรับรู้จึงค่อยๆ กลับคืนมา เธออยากเอื้อมมือไปลูบศีรษะตนเอง แต่กลับพบว่าบนมือมีผ้าพันแผลพันเอาไว้อยู่
“คุณชายต้องการสิ่งใดหรือเจ้าคะ” ชุนเจี้ยนถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าแล้วถามว่า “ที่นี่คือที่ไหนหรือ”
“ที่นี่คือเรือนของท่