านอาจารย์ใหญ่เจ้าค่ะ ตั้งแต่ท่านหมดสติไปก็อยู่ที่นี่มาโดยตลอด” ชุนเจี้ยนพูด
ในขณะนี้เองอวิ๋นเย่ว์ก็เข้ามาจากข้างนอก เมื่อเห็นว่าซือหม่าโยวเย่ว์ฟื้นแล้วก็รีบเดินเข้ามาพลางเอ่ยว่า “คุณชาย ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที ท่านหมดสติไปหลายวันเช่นนี้ทำเอาพวกเราตกใจแทบตายเลยนะเจ้าคะ”
“ข้าหมดสติไปนานเพียงใดหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นนั่ง จึงเห็นว่าบนร่างของตนมีผ้าพันแผลพันอยู่ไม่น้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปดึง
“สี่วันแล้วเจ้าค่ะ” ชุนเจี้ยนพูด “หากมิใช่เพราะท่านอาจารย์ใหญ่คอยบอกพวกเราว่าท่านไม่เป็นไร ข้ากับอวิ๋นเย่ว์คงร้อนใจตายแน่”
ซือหม่าโยวเย่ว์มือหยุดชะงักแล้วเอ่ยพึมพำว่า “ห้าวัน เช่นนั้นพวกท่านปู่ก็จากไปได้ห้าวันแล้วสินะ…”
อวิ๋นเย่ว์เข้าไปดึงมือซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้พลางพูดว่า “คุณชาย ท่านดึงผ้าพันแผลทำไมกันเจ้าคะ บนร่างท่านยังมีบาดแผลอยู่เลยนะเจ้าคะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ก้มหน้าลงมองร่างกายตนแล้วนึกถึงการประลองกับซือหม่าหลินในวันนั้นขึ้นมา ตนรับไม่ได้แม้กระทั่งการโจมตีสองกระบวนท่าของเขาเลยด้วยซ้ำ
“อาการบาดเจ็บของข้าหายดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้านี่ไว้แล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางดึงต่อไป
ชุนเจี้ยนและอวิ๋นเย่ว์คิดจะห้ามปราม แต่ทั้งสองกลับค้นพบอย่างประหลาดใจว่าหลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์ดึงผ้าพันแผลทิ้งไปแล้ว บาดแผลที่เคยมีก่อนหน้านี้ได้หายไปหมดแล้วจริงๆ เธอลงมาจากเตียงแล้วเดินเหินอย่างปกติ ก่อนเปิดประตูแล้วเดินต