เขาไม่ออกมาก็ห้ามไปเรียกเขาเป็นอันขาด คาดว่าคงจะถึงช่วงเวลาวิกฤติแล้วขอรับ” พ่อบ้านตอบ “แต่พวกเขาบอกว่าเขาเข้าไปได้สองวันแล้ว คงใกล้จะออกมาแล้วล่ะขอรับ”
“อืม พรุ่งนี้ตอนเช้าค่อยไปดูอีกทีแล้วกัน ถ้าหากคุณชายห้าออกจากการปลีกวิเวกแล้วก็ให้เขากลับมาทันทีเลย” ซือหม่าเลี่ยพูด
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ” พ่อบ้านรับคำสั่ง
เช้าวันรุ่งขึ้น นอกจากซือหม่าโยวเย่ว์แล้ว ซือหม่าโยวหมิง ซือหม่าโยวฉี ซือหม่าโยวหราน และซือหม่าโยวเล่อล้วนมาถึงครบทั้งสี่คนแล้ว
“ท่านปู่ ท่านเรียกตัวพวกเรากลับมากะทันหันทำไมหรือ” ซือหม่าโยวหมิงถาม
“ใช่แล้ว มีธุระด่วนอันใด มีอีกตั้งหลายร้านค้าที่นั่นที่พวกเรายังมิได้ไปตรวจตรากันเลย” ซือหม่าโยวฉีพูด
“วันนี้พวกเราก็มีเรียนด้วย” ซือหม่าโยวเล่อพูด
“พวกเจ้ารีบไปจากเมืองหลวงเดี๋ยวนี้เลย ภายในหนึ่งปีนี้ห้ามกลับมาเป็นอันขาด” ซือหม่าเลี่ยพูด
“อะไรนะ!”
“เพราะเหตุใดกัน!”
“ท่านปู่!”
“ออกไปอย่างนั้นหรือ!”
ทุกคนล้วนพรั่นพรึงกับคำพูดของซือหม่าเลี่ย แม้กระทั่งพ่อบ้านที่อยู่ข้างๆ ก็ยังมองซือหม่าเลี่ยอย่างตกใจ
“อืม อีกประเดี๋ยวไปเก็บข้าวของแล้วจากไปเสีย ภายในหนึ่งปีนี้ห้ามกลับมาเด็ดขาด” ซือหม่าเลี่ยพูด
“ท่านปู่ เกิดเรื่องอันใดขึ้นอย่างนั้นหรือ เหตุใดจึงต้องให้พวกเราจากไปด้วยเล่า” ซือหม่าโยวหรานพูด
“พวกเจ้าฟังที่ข้าบอกก็พอแล้ว” ซือหม่าเลี่ยพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ท่านปู่ ท่านไม่ยอมบอกเหตุผลพวกเรา พวก