เราก็มิอาจจากไปได้หรอก” ซือหม่าโยวหมิงพูด
“ใช่แล้ว ท่านปู่ หากท่านไม่ยอมบอก พวกเราก็ไม่ไป” ซือหม่าโยวเล่อพูด
“พวกเจ้าอย่าทำให้ข้าโมโหเชียวนะ!” ซือหม่าเลี่ยตะคอก
“ท่านปู่ ท่านไม่ยอมบอกเหตุผลพวกเรา ต่อให้พวกเราจากไปแล้วก็ไม่มีทางสงบจิตสงบใจได้หรอก” ซือหม่าโยวหรานเอ่ย
“เฮ้อ…” ซือหม่าเลี่ยถอนหายใจแล้วพูดว่า “นิสัยของพวกเจ้านี่มันจริงๆ เลย เช่นนั้นก็บอกเหตุผลพวกเจ้าแล้วกัน…”
ซือหม่าเลี่ยเล่าเรื่องตระกูลให้ฟัง ทั้งยังเล่าลางสังหรณ์ของตนอีกด้วย
“ท่านปู่ ท่านจะบอกว่าเป็นไปได้ที่คนของตระกูลจะมาถึงที่นี่อย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวหมิงขมวดคิ้ว พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าพวกตนจะมีประวัติความเป็นมาเช่นนี้
“เมื่อวานข้ารู้สึกได้อย่างรุนแรงเป็นพิเศษเลยว่าพวกเขาจะมา” ซือหม่าเลี่ยพูด “พวกเจ้าเป็นกิ่งก้านสาขาของตระกูลซือหม่า ดังนั้นพวกเจ้าจึงจำเป็นต้องจากไป ถ้าหากเกิดเรื่องอันใดขึ้นมาจริงๆ ก็ถือว่าเป็นการทำเพื่อรักษาอนาคตวงศ์ตระกูลแล้วกัน”
“ท่านปู่ แล้วน้องห้าเล่า” ซือหม่าโยวหรานถาม
“ยังปลีกวิเวกอยู่ที่วิทยาลัย ข้าให้คนไปบอกนางแล้ว เมื่อใดที่นางออกจากการปลีกวิเวกก็จะส่งนางออกไปทันที” ซือหม่าเลี่ยพูด “เอาละ เรื่องนี้จะเนิ่นช้ามิได้อีกแล้ว พวกเจ้ารีบจากไปเดี๋ยวนี้เลย”
“แต่ว่า… ท่านปู่ ถ้าหากคนพวกนั้นมากันจริงๆ พวกเราจะวางใจให้ท่านอยู่ที่บ้านคนเดียวได้อย่างไรเล่า…” ซือหม่าโยวเล่อไม่อยากจากไป ต้องการจะอยู่เป็นเพ