องข้าทำร้าย มิอาจมีชีวิตรอดได้เกินสองวันอย่างแน่นอน จับเด็กๆ พวกนั้นกลับไปก็พอแล้ว”
หญิงวัยกลางคนอีกคนหนึ่งส่งเสียงเฮอะเยียบเย็นแล้วพูดว่า “เรื่องในตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดตระกูลทางสายท่านอาสี่จึงต้องหลบหนีด้วย หนีเพราะกลัวความผิดหรือว่าถูกบีบบังคับกันแน่ หากไม่ได้พบพวกเขา ใครเล่าจะกล่าวได้อย่างชัดแจ้ง”
“น้องหญิงเจ็ด เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน!” ซือหม่าเค่อได้ยินซือหม่าชิงพูดแทนซือหม่าเลี่ย สีหน้าจึงเข้มขึ้นพลางเอ่ยเสียงดุ
“หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ!” ซือหม่าชิงพูดพลางถลึงตาใส่ซือหม่าเค่ออย่างไม่ยอมลดราวาศอก
“เอาละ อย่าเอะอะกันอีกเลยน่า อย่าลืมภารกิจสำคัญที่พวกเราต้องทำกันในคราวนี้สิ” ซือหม่าหลินพูด “น้องสาม เจ้าแน่ใจหรือว่าที่นี่มีผลอสรพิษทองคำอยู่”
“พี่ใหญ่ ตอนนั้นข้าคึกคะนองอยู่เสมอ จึงคิดจะมาเที่ยวเล่นยังสถานที่เนรเทศแห่งนี้ คิดไม่ถึงว่าจะมาพบช่วงที่ผลอสรพิษทองคำสุกงอมเข้าพอดี น่าเสียดายที่ข้าช้าไปก้าวหนึ่ง ตอนที่ไปนั้นก็ไม่มีผลอสรพิษทองคำอีกแล้ว แต่ข้ากล้าฟันธงได้เลยว่านั่นคือผลอสรพิษทองคำไม่ผิดแน่” ซือหม่าข่ายพูดอย่างมั่นใจ
“ท่านลุงใหญ่ หากมีผลอสรพิษทองคำ พวกท่านปู่ทวดก็คงจะหายดีขึ้นมาได้กระมัง” ซือหม่าโยวหลานถาม
นางเป็นชนรุ่นหลังเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม แต่เพราะความพิเศษของนาง แม้จะต้องผ่านสถานที่อันตรายอย่างเทือกเขาสั่วเฟยย่าแห่งนี้ พวกซือหม่