นว่าใครที่ได้ผลอสรพิษทองคำไปครอง” ซือหม่าข่ายถาม
“พวกท่านอาจจะไม่ทราบเรื่อง ได้ยินคนพูดกันว่าตอนนั้นที่ชิงผลอสรพิษทองคำ มีมนุษย์กับสัตว์อสูรวิเศษตั้งไม่รู้มากมายเพียงใด แต่ในที่สุดกลับถูกบุคคลนิรนามผู้หนึ่งช่วงชิงไปเสียอย่างนั้น” ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมพูด
“บุคคลนิรนามอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้วขอรับ” ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมพูด “ตอนนั้นศึกใหญ่ที่เทือกเขาผู่สั่ว บริเวณนั้นเต็มไปด้วยความอลหม่านวุ่นวาย ได้ยินว่าผู้มีความสามารถในทุกๆ ด้านล้วนไปกันทั้งสิ้น แม้กระทั่งท่านแม่ทัพซือหม่าก็ไปด้วยเช่นกัน นับได้ว่าเขาเป็นผู้ที่มีพลังยุทธ์แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรตงเฉินของพวกเราแล้ว แต่ก็ยังมิได้ผลอสรพิษทองคำไปครองเลย”
“เจ้ามิได้บอกว่าเขามีพลังยุทธ์แข็งแกร่งที่สุดหรอกหรือ เหตุใดจึงมิได้มันไปครองเล่า หรือว่าสัตว์อสูรวิเศษได้ไปครอง” ซือหม่าชิงถาม
“ไม่ใช่ ในตอนที่ท่านแม่ทัพซือหม่ากับสัตว์อสูรเทพนั่นต่อสู้พัวพันกันอยู่ คนผู้หนึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้แล้วขุดต้นผลอสรพิษทองคำไปทั้งรากเลย” ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมพูด “คนผู้นั้นห่อหุ้มตัวอยู่ใต้ผ้าคลุมตลอดทั้งร่าง ได้ยินว่าพลังยุทธ์ยังสูงส่งกว่าท่านแม่ทัพเสียอีก ว่ากันว่าไปถึงระดับจ้าววิญญาณแล้ว ไม่รู้เลยว่าเป็นปีศาจจากขุนเขาแห่งใดกัน”
ซือหม่าหลินและซือหม่าชิงประสานสายตากันแวบหนึ่ง นัยน์ตาของทั้งสองคนต่างก็เจือความสงสัย อาณาจักรตงเฉินแห่งนี้จะมียอดฝีมือระดับจ้าววิญญาณเช่นนี้อยู่ด้ว