“เพราะสิ่งกีดขวางอยู่บนเทือกเขาสั่วเฟยย่าน่ะสิ ที่นั่นมีสัตว์อสูรเทพมากมาย ต่อให้เจ้ามีพลังยุทธ์ระดับราชันวิญญาณ ตอนเจ้าจะออกไปก็ต้องเผชิญกับสัตว์อสูรเทพนับร้อย หากเจ้าไม่ระวัง อาจต้องจบชีวิตลงได้” โอวหยางเฟยพูด
“สัตว์อสูรเทพนับร้อย!” เจ้าอ้วนชวีได้ยินเสียงสูดลมหายใจของตนเอง เทือกเขาสั่วเฟยย่าอันตรายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ!
เทือกเขาผู่สั่วมีสัตว์อสูรเทพวานรอยู่เพียงแค่ตนเดียวเท่านั้น ทว่าเทือกเขาสั่วเฟยย่ากลับมีสัตว์อสูรเทพนับร้อย จึงยากจะตำหนิที่ทุกคนตกอกตกใจ
“มีสิ่งกีดขวางตามธรรมชาติ ทั้งยังมีสัตว์อสูรเทพอยู่ภายนอกอีกด้วย มิน่าเล่าจึงไม่เคยมีใครออกไปได้เลย” ทุกคนเข้าใจได้ในทันที
“โยวเย่ว์ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าโอวหยางรู้เรื่องเหล่านี้ดี” เป่ยกงถังถาม
“ข้าเดาเอาน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้าช่างฉลาดเฉลียวเป็นที่สุด เดาถูกทุกครั้งเลยนะ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“โอวหยาง เจ้ามาที่ตงเฉินตั้งแต่เมื่อใด” เว่ยจือฉีถาม
โอวหยางเฟยเงียบงันไปครู่หนึ่งแล้วจึงพูดว่า “สองเดือนก่อนการคัดเลือกของวิทยาลัยน่ะ”
เห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา ทุกคนก็รู้แล้วว่าเขามีเรื่องที่มิอาจพูดได้ซ่อนเร้นเอาไว้อยู่ จึงไม่ไปซักไซ้ไล่เลียงเขาต่อ
“ก่อนหน้านี้ไม่รู้ก็ช่างเถิด แต่ตอนนี้ในเมื่อรู้แล้ว เช่นนั้นในภายหน้าพวกเราต้องไปดูโลกภายนอกกันให้ได้นะ” เว่ยจือฉีกำหมัดแน่น สีหน้าโหยหาโลกที่ไม่รู้จัก
“ก่อนจะถึงตอนนั้น ทุกคนยังต้องตั้งใจบำเพ