มนี่เอง ความไม่ลงรอยในอดีตจึงกลายเป็นความทรงจำระหว่างกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์คล้ายกับได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มสองคนไล่ตามกันและกันแล้วพัฒนาขึ้นมาด้วยกันเลยทีเดียว
“เช่นนั้นท่านแม่ข้าเล่า”
“ท่านแม่เจ้า…” นัยน์ตาเฟิงจือสิงฉายแววขมขื่น “นางงดงามยิ่งนัก เอ่อ… มิอาจนับได้ว่าใจดีมีเมตตาหรอก แต่กลับกระตือรือร้นกับคนที่ตนรู้จักอย่างที่สุด เจ้าคล้ายคลึงกับท่านแม่เจ้าในจุดนี้เหลือเกิน”
“ท่านพ่อท่านแม่ข้า…ตอนนี้พวกท่านอยู่ที่ไหนหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสถานที่ที่คนธรรมดาทั่วไปมิอาจเข้าถึงได้” เฟิงจือสิงพูด “มิใช่ว่าพวกเขาไม่อยากมาดูเจ้าหรอกนะ เพียงแต่พวกเขามิอาจมาได้เท่านั้น”
“มามิได้หรือ เพราะเหตุใดเล่า ท่านยังมาได้เลย แล้วเหตุใดพวกเขาจึงมามิได้” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“สถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้มิสู้ดีนัก เดิมทีเจ้าไม่อาจบำเพ็ญได้ จึงไม่สมควรบอกเรื่องเหล่านี้แก่เจ้า แต่ตอนนี้เจ้าไม่เพียงแต่จะบำเพ็ญได้แล้วเท่านั้น แต่ถึงกับสำเร็จเป็นนักหลอมยา ในอนาคตยังเป็นไปได้ว่าจะสำเร็จเป็นปรมาจารย์ค่ายกล ดังนั้นข้าจึงบอกเรื่องเหล่านี้กับเจ้าได้ หวังว่าเจ้าจะพัฒนาขึ้นมาโดยเร็วที่สุดแล้วไปที่นั่น แล้วเจ้าก็จะได้รู้เรื่องราวมากขึ้นเองนั่นแหละ” เฟิงจือสิงพูด
ความจริงแล้วเหตุผลที่เขามาที่นี่ก็เพื่อถอนพิษให้กับซือหม่าโยวเย่ว์ คิดไม่ถึงว่าตอนที่เขามา เธอก็เริ่มต้นฝึกยุทธ์ได้แล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์ม