องเฟิงจือสิง เขาพูดอย่างคลุมเครือเหลือเกิน แต่เธอกลับรู้สึกได้ว่าคล้ายจะเกิดเรื่องใหญ่บางอย่างขึ้นกับบิดามารดาของเธอ ดังนั้นจึงต้องส่งเธอมาที่นี่ในตอนนั้น นอกจากนี้ยังไม่เคยมาดูเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนกระทั่งถึงตอนนี้
“ข้าจะพยายามตั้งใจศึกษาเล่าเรียน”
“โยวเย่ว์ จงจำเอาไว้ว่าจะต้องมีพลังยุทธ์ไร้เทียมทาน เจ้าจึงจะมีสิทธิ์อย่างเด็ดขาดในการพูด จึงจะทำสิ่งที่เจ้าอยากทำได้ เข้าใจหรือไม่” เฟิงจือสิงพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
“ข้าเข้าใจแล้ว อาจารย์พ่อ” ซือหม่าโยวเย่ว์ตอบอย่างจริงจัง เหตุผลนี้ เธอเข้าใจมานานแล้ว
เฟิงจือสิงมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างปลาบปลื้มใจ พรสวรรค์ของเธอยังยอดเยี่ยมกว่าบุตรแห่งสวรรค์ที่เบื้องบนเหล่านั้นเสียอีก แต่กลับเข้าใจเหตุผลมากกว่า ทั้งยังไม่มีความหยิ่งยโสโอหังเหมือนคนเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
เขาความคิดวูบไหวคราหนึ่ง หีบใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาแล้วจึงพูดว่า “สิ่งเหล่านี้คือค่ายกลนำส่งแบบใช้ครั้งเดียว พอเจ้าเปิดพวกมันออกแล้วจะสุ่มส่งตัวเจ้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ในภายหน้าหากเจ้าติดกับก็สามารถใช้มันหนีเอาชีวิตรอดได้”
“ขอบคุณอาจารย์พ่อ” ซือหม่าโยวเย่ว์รับหีบมาอย่างไม่เกรงใจ
“นอกจากนี้ข้ายังคิดว่าจะประทับตราอันหนึ่งเอาไว้บนตัวเจ้าด้วย ในภายหน้าเจ้าก็จะรู้ถึงประโยชน์ของมันเอง เจ้าเข้ามาสิ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไป เฟิงจือสิงให้เธอนั่งลงบนม้านั่ง หลังจากนั้นก็ยืนอยู่ที่ด้าน