นว่าจะมีธุระด่วนนะ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ข้ารู้แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์ออกมาแล้วปิดประตู
วันนี้เธอมิได้ไปเข้าชั้นเรียน จึงให้เธอไปพบเพราะเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ
แต่ก่อนหน้านี้เธอก็เคยโดดเรียนอยู่บ่อยๆ แต่เขากลับมิได้ว่าอะไร ดังนั้นจึงไม่น่าจะใช่เรื่องนี้
เมื่อมาถึงห้องทำงานของเฟิงจือสิงแล้วเธอก็เคาะประตูเบาๆ หลังจากนั้นค่อยผลักประตูเข้าไป
“อาจารย์พ่อ ท่านหาตัวข้าอย่างนั้นหรือ”
เฟิงจือสิงมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “ตอนแรกคิดว่าจะบอกลาเจ้าตอนหลังเลิกเรียน แต่วันนี้เจ้ามิได้ไปเข้าเรียน ก็เลยเรียกเจ้ามาน่ะ”
“ท่านอาจารย์ ท่านจะจากไปอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเฟิงจือสิงอย่างตกตะลึง ข่าวนี้มาอย่างฉับพลันเหลือเกิน ทำให้เธอไม่ได้เตรียมใจเอาไว้เลย
“อืม เกิดเรื่องขึ้นในตระกูลข้านิดหน่อยน่ะ จึงมาแจ้งให้ข้ากลับไปทันที” เฟิงจือสิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “เพราะว่าข่าวคราวมาอย่างฉุกละหุกเหลือเกิน ดังนั้นจึงต้องกลับไปเดี๋ยวนี้เลย”
“เรื่องอันใดกันจึงได้เร่งด่วนถึงเพียงนี้” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เกิดเรื่องบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตำหนักผู้วิเศษ จำเป็นต้องให้ข้ากลับไปจัดการน่ะ” เฟิงจือสิงพูด
ตำหนักผู้วิเศษหรือ เกี่ยวกับพวกอูหลิงอวี่หรือไม่
ดูจากสีหน้าของเฟิงจือสิงแล้วเหมือนว่าจะต้องมิใช่เรื่องดีแต่อย่างใด!
แต่การต่อสู้ระหว่างพวกเขานั้นดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่คนในระดับอย่างเธอจะเข้าไปแทรกแซงได้ ถ้าหากพวกเขาต่อสู