รู้แล้วว่าถึงคราวตนเองต้องลงสนาม จึงขยับเข้าไปใกล้เตาหลอมยาก่อนจะใส่ปราณวิญญาณเข้าไปข้างใน
หลังจากกินยาวิเศษไปอีกสองครั้ง ในที่สุดซือหม่าโยวเย่ว์ก็ใส่พลังเข้าไปครั้งแรกได้สำเร็จ เธอไปยืนข้างๆ อย่างหมดแรงอยู่บ้าง คอยดูหมัวซาปิดงานขั้นตอนสุดท้าย
ผ่านไปครู่หนึ่ง หมัวซาก็หลอมยาวิเศษได้สำเร็จแล้วดับไฟ
“เสร็จแล้วหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“อืม พวกเราพักผ่อนกันสักวันหนึ่งแล้วพรุ่งนี้ค่อยหลอมเตาที่สอง” หมัวซาพูดพลางพยักหน้า
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าสีหน้าเขายังดูดี จึงรู้ว่าเขาต้องเลื่อนไปหลอมอีกทีในวันพรุ่งนี้เพราะปราณวิญญาณของตนไม่เพียงพอ จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้สิ”
หมัวซาขยับคราหนึ่งก็หายตัวไปเสียแล้ว เธอมาที่ข้างเตาหลอมยาแล้วเปิดฝาออกก่อนจะหยิบขวดหยกออกมาเตรียมเก็บยาวิเศษขึ้นมา เมื่อเห็นยาวิเศษในนั้นเธอก็สะดุ้งเล็กน้อย
สิบเม็ด!
ตอนที่ตนใส่พลังวิญญาณเข้าไปนั้นมีช่วงเวลาที่ต่อไม่ติดอยู่บ้าง เธอยังคิดว่าอาจจะกระทบกับอัตราการหลอมสำเร็จอยู่เลย คิดไม่ถึงว่าเขายังรักษามันเอาไว้ได้จนสำเร็จได้มากถึงสิบเม็ดเลยทีเดียว!
“ร้ายกาจยิ่งนัก ไม่รู้ว่าก่อนตายเขาไปถึงระดับขั้นใดแล้ว”
เธอห่อยาวิเศษขึ้นมาแล้วให้เจ้าวิญญาณน้อยเก็บข้าวของ ส่วนตนเองก็ไปยังห้องฝึกยุทธ์เพื่อฟื้นฟูปราณวิญญาณ
ยามบ่าย เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เธอจึงออกมาจากห้อง
“เจ้าอ้วน มีเรื่องอันใดหรือไม่”
“คือว่า อาจารย์เฟิงให้เจ้าไปพบเขา ดูเหมือ