ย่ว์พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ใช่แล้ว ดังนั้นจึงพูดได้ว่าสถานะของปรมาจารย์ค่ายกลนั้นอยู่เหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ต่างๆ ถ้าหากเจ้าสำเร็จเป็นปรมาจารย์ค่ายกล ยามผู้เชี่ยวชาญศาสตร์อื่นๆ พบเจอเจ้าก็ต้องเคารพนบนอบทั้งสิ้น” เฟิงจือสิงพูด
“หา? ปรมาจารย์ค่ายกลล้ำเลิศถึงเพียงนั้นเชียวหรือ!”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว” เฟิงจือสิงพูด “ค่ายกลแบ่งได้เป็นหลายประเภท แล้วก็มีประโยชน์ที่หลากหลาย จะมีขนาดใหญ่หรือเล็กก็ได้ ที่ถิ่นของพวกเรานั้นมีเมืองมากมายที่อาศัยค่ายกลในการป้องกันการรุกรานจากภายนอก ค่ายกลนำส่งระหว่างเมืองทุกแห่ง สิ่งเหล่านี้เป็นการพูดในภาพรวมนะ พลังยุทธ์ของนักหลอมยามิได้แข็งแกร่งนัก แต่ค่ายกลป้องกันทำให้เขารอจนกว่าความช่วยเหลือจากผู้อื่นจะมาถึงได้ ค่ายกลลวงทำให้คนที่เข้าสู่ค่ายกลหลงทิศทางได้ ยังมีค่ายกลโจมตีที่เพียงแค่มีคนเข้าไปก็จะถูกพลังที่ค่ายกลสร้างออกมาทำร้าย…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ฟังเฟิงจือสิงพูดอย่างน้ำไหลไฟดับ จึงตีปากสองครั้งแล้วพูดว่า “มีค่ายกลมากมายหลายประเภทถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่…”
“ประเภทของค่ายกลมีมากมาย ในภายหน้าเจ้าก็จะค่อยๆ รู้ไปเองแหละ” เฟิงจือสิงพูด “นอกจากนี้ปรมาจารย์ค่ายกลระดับสูงบางคนยังอาจจะหยั่งรู้กลเม็ดเฉพาะตัวของปรมาจารย์ค่ายกลอีกด้วย”
“กลเม็ดอะไรหรือขอรับ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามอย่างใคร่รู้
เฟิงจือสิงกวาดสายตามองรอบห้อง เมื่อเห็นเชิงเทียนจึงเอ่ยว่า “เจ้าหยิบเทียนมาจุดไฟสิ