้ามาที่วิทยาลัยให้ไปพบเขาก่อนฟ้ามืดจะดีที่สุด” เจ้าอ้วนชวีพูดจบแล้วจึงจากไป
ซือหม่าโยวเย่ว์อมยิ้มมองพวกเขา อยากกินอาหารที่เธอทำก็พูดมาตรงๆ สิ จะต้องทำให้ยุ่งยากเช่นนี้ทำไมกัน
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เจ้าอ้วนชวีพูดก่อนจากไป ดูท่าทางเฟิงจือสิงจะให้เธอไปแก้ต่างเรื่องที่ใช้เขามาเป็นโล่กำบังให้ตนเองกระมัง!
บางทีอาจเป็นเพราะรู้ว่าเขาช่วยตนรักษาความลับได้ ดังนั้นตอนที่ว่านอู๋เฟิงถามขึ้นมา เธอจึงยกเขามาเป็นข้ออ้างโดยสัญชาตญาณ
“เฮ้อ…”
เธอถอนหายใจแล้วเข้าไปในห้องครัวอย่างยอมรับชะตากรรม เธอทำอาหารกลางวันให้ทุกคนเสร็จก่อนค่อยไปพบเฟิงจือสิงแล้วกัน
พอหยิบวัตถุดิบออกมา เจ้าวิญญาณน้อยก็ช่วยเธอจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเธอจึงเตรียมอาหารทั้งโต๊ะเสร็จอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้จมูกของทุกคนยังไวกว่าสัตว์อสูรวิเศษเสียอีก เธอยังไม่ทันตะโกนเรียก ทุกคนก็ทยอยมายังห้องครัวแล้วเริ่มต้นกินอาหารกันอย่างรู้งาน
ซือหม่าโยวเย่ว์วางน้ำแกงลงเป็นจานสุดท้าย กับข้าวจานก่อนหน้านี้ถูกพวกเขากินไปเกือบครึ่งแล้ว
เธอตกตะลึงเพราะความรวดเร็วของพวกเขา เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพวกเขามีความสามารถในการต่อสู้สูงส่งถึงขนาดนี้!
ขณะกินอาหาร พวกเว่ยจือฉีก็ถามถึงเรื่องราวของตระกูลซือหม่ากับตระกูลน่าหลาน เมื่อได้ยินเธอบอกว่าพวกเขาทั้งสองฝ่ายสงบศึกกันแล้วต่างพากันตื่นตะลึงอยู่บ้าง
ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็มิได้อธิบายอะไรมากมาย มีบางเรื่องที่เธอไม่สะ