ดวกใจจะพูด
ทุกคนล้วนเป็นคนฉลาด เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของเธอก็รู้แล้วว่าเธอไม่สะดวกใจ จึงมิได้ถามซักไซ้อะไรต่อไปอีก
กินข้าวกลางวันเสร็จแล้วซือหม่าโยวเย่ว์ก็งุ่นง่านอยู่พักหนึ่งจึงค่อยไปยังห้องทำงานของเฟิงจือสิง
“เข้ามาสิ”
เธอยังไม่ทันเคาะประตูก็มีเสียงลอยมาจากด้านในแล้ว
มือที่จะเคาะประตูเปลี่ยนเป็นผลักประตูแทน พอเข้าไปก็เห็นเฟิงจือสิงที่นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะ
เดิมทีเฟิงจือสิงนั่งหันหลังให้ประตู เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอจึงหมุนเก้าอี้ที่นั่งอยู่ หันมาประจันหน้ากับเธอ
“อาจารย์เฟิง ท่านหาตัวข้าหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ใช่แล้ว” เฟิงจือสิงมองซือหม่าโยวเย่ว์โดยมิได้พูดอะไรต่อ
“แค่กๆ เรื่องนี้ ตอนนั้นข้าไม่มีวิธีอื่น จึงได้แต่อ้างถึงอาจารย์น่ะขอรับ” ซือหม่าโยวเย่ว์เริ่มต้นสารภาพ
“เหตุใดข้าจึงไม่รู้เลยว่าข้าหลอมยาวิเศษเป็นด้วย นอกจากนี้ยังรับศิษย์ที่ร้ายกาจเช่นเจ้ามาอีกต่างหาก” เฟิงจือสิงเลิกคิ้ว
ตอนที่รู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นนักหลอมยาขั้นสอง เขาเองก็ประหลาดใจไม่น้อยเช่นกัน ต่อให้อยู่ที่เบื้องบนก็ยังพบเห็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากกว่าเธอได้ยากยิ่้ง
เมื่อนึกถึงว่าท่านอาจารย์ใหญ่กลับมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงให้ฟัง แล้วถามเขาว่าได้รับซือหม่าโยวเย่ว์เป็นศิษย์จริงหรือไม่ หลังจากที่เขาตกใจแล้วจึงช่วยเธอปั้นเรื่องโกหก
“ท่านอาจารย์มีตัวตนอันเป็นปริศนา ทั้งยังมีสถานะสูงส่ง คนทั่วไปย่อมไม่กล้าม