เดิมทีตอนที่น่าหลานหลานได้ฟังบทสนทนาที่ดังมาจากหินเสียง ในใจก็ยังมีความสุขอยู่เล็กน้อย เช่นนี้มู่หรงอานก็มิอาจอยู่ร่วมกับสือมั่วลี่ได้อีกต่อไปแล้ว
คิดไม่ถึงว่าเพียงพริบตาเดียวสือมั่วลี่ก็ฟาดฝ่ามือใส่เขาไปฉาดหนึ่งเสียแล้ว นางจึงรีบเดินเข้าไปดึงตัวมู่หรงอานมาแล้วตะคอกใส่สือมั่วลี่ว่า “เจ้าตบเขาทำไมกัน!”
สือมั่วลี่ส่งเสียงเฮอะเยียบเย็นคราหนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าไม่เพียงแค่ตบเขาเท่านั้น แต่ข้าจะตบเจ้าด้วย!”
นางพูดพลางฟาดฝ่ามือหนึ่งใส่น่าหลานหลาน
น่าหลานหลานเองก็มิใช่ลูกนกอ่อนแอแต่อย่างใด เมื่อเห็นสือมั่วลี่ฟาดฝ่ามือใส่จึงยื่นมือไปหมายจะขัดขวาง แต่กลับถูกมู่หรงอานที่อยู่ข้างๆ ดึงเอาไว้
“น่าหลานหลาน เจ้าอย่าก่อปัญหาสิ!”
มือของน่าหลานหลานถูกดึงเอาไว้ หากแต่สือมั่วลี่มิได้ถูกดึง ดังนั้น…
“เพียะ…”
รอยนิ้วมือห้านิ้วปรากฏบนใบหน้าของน่าหลานหลานในทันที
ฝ่ามือนี้ทำให้น่าหลานหลานมึนงงไป นางหันไปมองมู่หรงอานอย่างงงงัน
“เจ้ารั้งข้าไว้ทำไมกัน”
ตอนนี้มู่หรงอานไม่มีเวลามาสนใจน่าหลานหลาน เขาปล่อยมือนางแล้วเดินมาตรงหน้าสือมั่วลี่พลางเอ่ยว่า “มั่วลี่ เจ้าอย่าไปเชื่อวาจาเหล่านั้นเลยนะ เป็นนางนั่นแหละที่มาเกาะแกะข้า ทั้งยังยั่วยวนข้า ข้าจึงต้องเอ่ยวาจาเหล่านั้นเพื่อจัดการกับนาง เจ้าต้องเชื่อข้านะ!”
ท่ามกลางสายตาของผู้คน น่าหลานหลานย่อมไม่กล้าเชื่อหูตนเอง นางกุมใบหน้าแล้วร่นถอยหลังไปหลายก้าว
“เจ้า เจ้าว่าอะไรนะ