…”
มู่หรงอานถลึงตาใส่นางพลางเอ่ยว่า “ข้ามิได้ชอบเจ้าตั้งนานแล้ว เป็นเจ้าเองนั่นแหละที่ตามเกาะแกะข้ามาโดยตลอด ก่อนหน้านี้มิใช่เจ้าเองหรอกหรือที่ตามข้าไปยังริมทะเลสาบน่ะ”
“มู่หรงอาน เจ้าช่างโง่เง่านัก!” น่าหลานหลานถูกวาจาของมู่หรงอานยั่วยุจนหลุดปากด่าทอออกมาพร้อมกับหลั่งน้ำตาแห่งความโศกศัลย์
“มั่วลี่ เจ้าต้องเชื่อข้านะ ข้าชอบเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้นจริงๆ” มู่หรงอานไม่แยแสน่าหลานหลาน สนใจแต่จะอธิบายให้สือมั่วลี่ฟังเท่านั้น
เมื่อเทียบกันแล้วตระกูลน่าหลานนั้นไม่มีจุดใดที่จะเปรียบเทียบกับสมาคมนักหลอมยาได้เลย ดังนั้นเขาจึงมิอาจทอดทิ้งบันไดขั้นสูงอย่างสือมั่วลี่ไปได้
“นี่ เหตุใดข้าฟังน้ำเสียงของเจ้าแล้วจึงไม่รู้สึกถึงการถูกบังคับเลยเล่า ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความสุขอย่างยิ่งเสียด้วยซ้ำ!” เจ้าอ้วนชวีพูดแทรกขึ้นมาประโยคหนึ่ง
คนอื่นๆ พากันพยักหน้า พวกเขาไม่เห็นความเหลืออดหรือการถูกบังคับเลยสักนิด พอฟังแล้วเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนเสียด้วยซ้ำ
สือมั่วลี่มิได้พูดจา เพียงแค่มองมู่หรงอานและน่าหลานหลานด้วยสายตาเยียบเย็น เมื่อเห็นมู่หรงอานมาดึงมือของตน นางจึงออกแรงสะบัดพลางเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “มู่หรงอาน พวกเราจบกัน ข้ารับสามีเช่นเจ้ามิได้หรอก ท่านพ่อข้าก็รับศิษย์เช่นเจ้าไม่ไหวเช่นกัน!”
พูดจบแล้วนางก็หมุนตัววิ่งออกไป
“มั่วลี่!”
มู่หรงอานยกเท้าคิดจะวิ่งตามออกไปแต่ถูกน่าหลานหลานตะโกนเรียกให้หยุด
“มู่ห