้วเธอก็ดับไฟ หลังจากนั้นจึงหยิบยาวิเศษภายในเตาหลอมยาออกมา เพื่อไม่ให้ตนเองโดดเด่นจนเกินไปนัก เธอจึงควบแน่นยาวิเศษออกมาเพียงแค่เม็ดเดียวเท่านั้น
“ฝ่าบาท นี่คือยาวิเศษบัวขาวซึ่งเป็นยาวิเศษขั้นสองพ่ะย่ะค่ะ ขอเชิญฝ่าบาททรงทอดพระเนตร”
เธอส่งยาวิเศษให้กับองครักษ์ ให้เขาส่งต่อให้กับวั่นอู๋เฟิง วั่นอู๋เฟิงยื่นมือไปรับมา หลังจากนั้นก็โบกมือ องครักษ์จึงนำยาวิเศษลงไปให้คนอื่นๆ ประเมินด้วย
“เพิ่งหลอมเมื่อครู่นี้จริงๆ ยาวิเศษยังร้อนๆ อยู่เลย”
“พูดเช่นนี้ก็หมายความว่าเขาเป็นนักหลอมยาขั้นสองจริงๆ น่ะสิ!”
“พรสวรรค์เช่นนี้ช่างร้ายกาจเสียจริง!”
“ดูเหมือนว่าอนาคตในภายภาคหน้าของตระกูลซือหม่าจะประเมินค่ามิได้เสียแล้ว!”
“…”
คนของตระกูลน่าหลานและสมาคมนักหลอมยาต่างหน้าตึงกันไปหมด ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้การกระทำพิสูจน์แล้วว่าเธอเป็นนักหลอมยาขั้นสอง การวางตัวต่อตระกูลซือหม่าจากนี้ไปก็ต้องเปลี่ยนแปลงเสียแล้ว
คนของตระกูลซือหม่าเองก็เพิ่งเคยเห็นซือหม่าโยวเย่ว์หลอมยาเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นท่าทีคล่องแคล่วราวกับสายน้ำไหลของเธอแล้วก็ประหลาดใจไม่น้อยเช่นกัน
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บเตาหลอมยาและเครื่องยาที่เหลือกลับลงไปภายในมณีวิญญาณแล้วองครักษ์จึงเข้ามาย้ายโต๊ะกลับออกไป
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ เมื่อครู่บอกไปแล้วว่าถ้าหากข้าหลอมยาวิเศษขั้นสองออกมาได้ ประมุขตระกูลน่าหลานต้องขอขมาข้าต่อหน้าธารกำนัล”
“เจ้า…” น่าหลานเหอถลึงตาใส่ซือหม่าโยว