เย่ว์ด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“ว่าอย่างไรเล่า เมื่อครู่ท่านประมุขตระกูลน่าหลานก็พูดเอง ตอนนี้จะมานึกเสียใจภายหลังอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองไปทางน่าหลานเหออย่างไม่เกรงกลัวอำนาจของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ประมุขตระกูลน่าหลาน ในเมื่อท่านเป็นคนรับปากเองเมื่อครู่ เช่นนั้นก็ทำตามที่สัญญาเอาไว้เถิด” วั่นอู๋เฟิงพูด
น่าหลานเหอยับยั้งความโกรธเอาไว้ในใจแล้วส่งเสียงพูดอย่างริษยาและไม่เต็มใจว่า “ขอโทษ”
“ประมุขตระกูลน่าหลาน ท่านว่าอะไรนะ เสียงของท่านเบาถึงเพียงนั้น หูของข้าไม่ค่อยดี ไม่ได้ยินเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์เงี่ยหูฟังพลางพูดด้วยรอยยิ้ม
“ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าอย่าให้มันเกินไปนักเลย!” น่าหลานหลานฟาดโต๊ะดังฉาดพลางตะคอกใส่ซือหม่าโยวเย่ว์
“เอ๊ะ ข้าทำเกินไปหรือ นักหลอมยาขั้นสองคนหนึ่งถูกผู้อื่นตั้งข้อสงสัย นั่นคือการดูหมิ่นชนิดหนึ่ง ข้าเพียงแค่ให้ประมุขตระกูลน่าหลานขอโทษข้าเท่านั้นก็ไม่เป็นไรแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วตระกูลน่าหลานของท่านทำเกินไปยิ่งกว่าข้าเสียอีก!”
“เจ้า…”
“หลานเอ๋อร์ ถอยไป” น่าหลานเหอพูดเสียงดุ หลังจากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดกับซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยเสียงอันดังว่า “ข้าขอโทษ”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อประมุขตระกูลน่าหลานก็ได้ขอโทษแล้ว ข้าน้อยก็จะไม่ติดใจเอาความอะไรอีก หวังว่าต่อไปในภายหน้าประมุขตระกูลน่าหลานจะไม่ทำความผิดเช่นนี้อีกนะ ถึงอย่างไรนักหลอมยาทั้งหลายก็มิไ