ซือหม่าโยวเย่ว์ทำความเคารพวั่นอู๋เฟิงแล้วเอ่ยว่า “ข้าน้อยซือหม่าโยวเย่ว์คารวะฝ่าบาท ขอทรงมีพระชนมายุยาวนานนับหมื่นปี”
วั่นอู๋เฟิงเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ยอมรับตัวตนของตนเองจึงเอ่ยว่า “ความหมายในวาจานั้นของเจ้าเมื่อครู่แปลว่าเจ้าคือบุคคลปริศนาของตระกูลซือหม่าที่พูดกันผู้นั้นหรือ”
“ฝ่าบาทโปรดทรงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งด้วย ความจริงแล้วบุคคลปริศนาอะไรนั่นไม่มีตัวตน สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งที่โลกภายนอกคาดเดาเกี่ยวกับตระกูลเราเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วพูดว่า “เพราะไม่รู้ว่ายาวิเศษของตระกูลเรามาจากที่ใด ดังนั้นจึงได้คิดฟุ้งซ่านกันไปเอง”
“พูดเช่นนี้ก็หมายความว่าเจ้าเป็นผู้หลอมยาวิเศษที่ตระกูลซือหม่านำมาขายในระยะนี้เองอย่างนั้นหรือ” วั่นอู๋เฟิงพูด
“ข้าน้อยไร้ความสามารถ จึงได้เรียนรู้การหลอมยามาเล็กน้อยภายใต้การชี้แนะของอาจารย์เฟิง” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยตอบ
“อาจารย์เฟิงหรือ” วั่นอู๋เฟิงมองไปทางท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโส
ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสมองซือหม่าโยวเย่ว์ปราดหนึ่งพลางเอ่ยว่า “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด ตัวอาจารย์เฟิงเองก็ค่อนข้างลึกลับ เขามิได้บอกข้าว่าหลอมยาไม่เป็น ดังนั้นข้าจึงไม่ทราบแน่ชัดเช่นกัน แต่เขาก็เอาใจใส่โยวเย่ว์เป็นพิเศษจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
วั่นอู๋เฟิงพยักหน้า ตอนนั้นท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสก็เคยบอกเขาเรื่องที่เฟิงจือสิงมาที่วิทยาลัย มิได้บอกเรื่องตัวตนของเขาอย่างชัดเจน บอก