เพียงว่าเขาลงมาจากเบื้องบน ด้วยเหตุนี้แม้กระทั่งตนเองก็ยังต้องเกรงใจเขาเลย
“แต่ว่า… ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าเริ่มบำเพ็ญตั้งแต่เมื่อใดกัน”
เขาย่อมมิได้พูดว่าเธอเป็นคนไร้ค่า แต่ก็หมายความเช่นนั้นนั่นเอง
“ฝ่าบาท ข้าน้อยบำเพ็ญได้ยังไม่ถึงปีเลยพ่ะย่ะค่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด หลังจากนั้นจึงทำความเคารพสือเหล่ย “ท่านปรมาจารย์ศิลาน่าจะยังจำเรื่องที่ตอนนั้นท่านปู่ของข้าใช้โสมร้อยปีแลกกับยาวิเศษขั้นสามสองเม็ดของท่านได้กระมัง ตอนนั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ข้าจึงฝึกยุทธ์ได้ขึ้นมา จะว่าไปแล้วยังต้องขอบคุณยาวิเศษของท่านปรมาจารย์ศิลามากจริงๆ มิฉะนั้นตอนนี้ข้าก็คงจะยังเป็นคนไร้ค่าคนหนึ่งอยู่!”
“เช่นนั้นก็ยินดีกับเจ้าด้วย” ปรมาจารย์ศิลาพูดอย่างพิศวง
ถึงแม้ว่าเขาจะชอบให้ผู้อื่นชมว่ายาวิเศษของเขามีประโยชน์ แต่สำหรับตระกูลซือหม่าที่ตนไม่ลงรอยด้วยนี้ การมีคนไร้ค่าเพิ่มขึ้นคนหนึ่งย่อมดีกว่ามีปรมาจารย์วิญญาณเพิ่มขึ้นคนหนึ่งอยู่แล้ว
“ประมุขตระกูลน่าหลาน ตอนนี้ท่านยังมีข้อสงสัยอันใดอีกหรือไม่” วั่นอู๋เฟิงมองน่าหลานเหอพลางเอ่ยถาม
น่าหลานเหอคิดไม่ถึงว่านักหลอมยาปริศนาของตระกูลซือหม่าผู้นั้นจะเป็นซือหม่าโยวเย่ว์ไปได้ เรื่องนี้ทำให้เขาตกตะลึงอย่างแท้จริง
หนึ่งปีก่อนหน้านี้เธอยังบำเพ็ญไม่ได้ แต่ตอนนี้กลับยืนอยู่ที่นี่ในฐานะนักหลอมยาคนหนึ่ง เรื่องนี้ทำให้เขาและคนอื่นๆ รู้สึกว่าเหนือความคาดหมายเกินไปเสียแล้ว
“ฝ่าบาท พวกเร