ยวเย่ว์ ในเมื่อเจ้าบอกว่าเจ้าเป็นนักหลอมยาขั้นสองแล้ว เช่นนั้นเจ้ากล้าหลอมยาวิเศษขั้นสองต่อหน้าทุกคนหรือไม่เล่า”
“ใช้วิธีก่อกวนหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เลิกคิ้ว “แต่ไม่มีผลต่อข้าหรอก”
สือมั่วลี่เห็นซือหม่าโยวเย่ว์ไม่อยากทำจึงพูดว่า “ฝ่าบาทเพคะ เมื่อครู่ประมุขตระกูลน่าหลานบอกว่านักหลอมยาของตระกูลซือหม่าผู้นั้นเป็นนักหลอมยาขั้นสอง แล้วซือหม่าโยวเย่ว์ก็บอกว่าคนผู้นั้นคือเขาเอง แต่ถ้าหากเขาหลอมยาวิเศษขั้นสองออกมาไม่ได้เล่า เช่นนั้นบุคคลปริศนาก็มิใช่ผู้อื่นหรอกหรือ ซึ่งแปลว่าพวกท่านแม่ทัพซือหม่าหลอกลวงฝ่าบาทมิใช่หรือเพคะ”
วั่นอู๋เฟิงได้ฟังคำพูดแล้วสีหน้าเคร่งขรึมลง ต่อให้เขาซึ่งเป็นคนนอกก็ยังรู้ว่าการจะสำเร็จเป็นนักหลอมยานั้นยากเย็นเพียงใด ส่วนการสำเร็จเป็นนักหลอมยาขั้นสองนั้นก็ยากเสียยิ่งกว่ายาก! เมื่อได้ยินพวกเขาพูดเช่นนี้แล้วก็มีความเป็นไปได้ที่ซือหม่าโยวเย่ว์จะหลอกลวงตนจริงๆ
“ซือหม่าโยวเย่ว์ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็หลอมยาวิเศษขั้นสองต่อหน้าทุกคนเสียสิ ถ้าหากเจ้าหลอมออกมาได้ก็แล้วไป แต่ถ้าหากหลอมออกมามิได้ หรือว่าเจ้ายังมิได้เป็นนักหลอมยาอยู่แล้ว เช่นนั้นก็อย่าตำหนิว่าข้าลงโทษตระกูลซือหม่าแล้วกัน!”
มิได้ปรึกษาหารือ หากแต่เป็นบัญชา
ซือหม่าเลี่ยคิดอยากจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกซือหม่าโยวเย่ว์ยกมือขึ้นปรามเอาไว้
เธอแย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อทุกท่านมีความสงสัยอยู่ในใจ เช่นนั้นข้า