เสียงกระซิบกระซาบรอบตัวทำให้พวกอู๋หลินเคอะเขินอยู่บ้าง
อันที่จริงแล้วเพียงแค่บัญชาขององค์ชายใหญ่ สมาคมนักหลอมยาก็อาจจะไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยจริงๆ แต่ตอนนี้อยู่ท่ามกลางแสงไฟในสายตาจับจ้องมากมายเช่นนี้ ถึงแม้ในใจของทุกคนจะรู้สึกเช่นนั้น แต่สมาคมนักหลอมยาก็ยังคงไม่กล้ายโสโอหังถึงเพียงนั้นอยู่ดี
“พวกเราเดินเข้าไปก็ได้” อู๋หลินสะบัดแขนเสื้อ ไม่มองฝูงชน แล้วเดินก้าวยาวๆ มุ่งหน้าเข้าไปทางประตูวัง ในขณะที่เดินผ่านพวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็เหลือบตามองเธอปราดหนึ่ง
ก่อนหน้านี้คนไร้ค่าผู้นี้ขึ้นชื่อในเรื่องความไร้สมอง วาจาที่นางพูดเมื่อครู่นี้เพราะตั้งใจหรือไร้ซึ่งเจตนากันเล่า
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มให้เขาด้วยท่าทีไร้เดียงสา
“เฮอะ คนไร้ค่ายังมีหน้าโผล่หัวมาอีก” หญิงสาวอาภรณ์ขาวรู้สึกไม่พอใจซือหม่าโยวเย่ว์เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่เดินผ่านตรงหน้า นางจึงค้อนใส่เธอแรงๆ ทีหนึ่ง
มู่หรงอานเดินไปพร้อมกับหญิงสาวอาภรณ์ขาวผู้นั้น เมื่อเห็นท่าทางโกรธฟึดฟัดของนางจึงเอ่ยปลอบประโลมว่า “ไม่เห็นจำเป็นต้องไปสนใจเขาเลยนี่”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินคำพูดของเขาจึงนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนั้นเขาก็คือผู้กระทำผิดที่ทำร้ายร่างเดิมของตนจนตาย ระยะนี้ไม่พบเจอกันนานจนตนแทบจะหลงลืมคนผู้นี้ไปเสียแล้ว!
เธอยิ้มเย็นในใจแล้วปั้นรอยยิ้มบนใบหน้าตะโกนไปทางเขาว่า “คุณชายมู่หรง เหตุใดวันนี้จึงไม่เห็นเจ้าอยู่กับคุณหนูน่าหลานหลานเลยเล่า ตอนนั้นมิได้บอกว่าพวกเจ