า… เจ้าไม่รู้หรอกหรือ ได้ยินว่ามู่หรงอานผู้นี้ได้กราบปรมาจารย์ศิลาเป็นอาจารย์เพื่อศึกษาการหลอมยาแล้ว” อีกคนหนึ่งพูดขึ้น
“จริงหรือ เหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามู่หรงอานจะศึกษาการหลอมยา ปรมาจารย์ศิลาผู้นั้นสายตาสูงส่งเหนือใคร เหตุใดจึงยอมรับเขาเป็นศิษย์เล่า”
“หึๆ เรื่องนี้พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือ” อีกคนหนึ่งพูดแทรกเข้ามา “ตอนนี้มู่หรงอานกำลังจะเป็นบุตรเขยที่แต่งเข้าตระกูลสือแล้ว พวกท่านดูสิ สองคนนั้นตัวติดกันหนึบราวกับกาว เกรงว่าอีกไม่นานก็คงจะแต่งงานกันแล้วล่ะ”
“มิได้พูดกันว่าเขาเป็นคู่รักกับน่าหลานหลานแห่งตระกูลน่าหลานหรอกหรือ”
“การข่าวของพวกท่านช่างล้าหลังนัก เรื่องของมู่หรงอานกับน่าหลานหลานกลายเป็นอดีตไปแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าใครกันที่เป็นคนจัดที่นั่งในคืนนี้ จึงจัดให้สมาคมนักหลอมยานั่งติดกับตระกูลน่าหลาน หึๆ…”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้าม ไม่รู้ว่าเมื่อคนของตระกูลน่าหลานได้เห็นมู่หรงอานแล้วจะมีสีหน้าเช่นไร แค่คิดก็น่าติดตามชมแล้ว!
………………