ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปก็คงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนัก มีวิธีอะไรที่ทำให้พวกเขาตายไปเลยหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูใบชาในถ้วยชา พลางปล่อยใจไปตามความคิด
“คุณชายเจ้าคะ ไม่ว่าจะทำอย่างไร พวกเราก็มิอาจทำให้คนตระกูลน่าหลานตายไปตรงๆ ได้หรอกเจ้าค่ะ” ชุนเจี้ยนได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วจึงเอ่ยขึ้น
“เพราะเหตุใดกัน”
“เพราะราชวงศ์ไม่อนุญาตน่ะสิเจ้าคะ” ชุนเจี้ยนพูด “ท่านแม่ทัพปกครองกองทัพ และถึงแม้ว่าตระกูลน่าหลานนั่นจะเป็นเพียงแค่ตระกูลหนึ่ง แต่ก็ถ่วงสมดุลอำนาจในเมืองหลวงได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว สถานะของท่านแม่ทัพทำให้เขาได้แต่กดดันตระกูลน่าหลาน แต่มิอาจล้างบางพวกเขาได้”
“เช่นนั้นผู้ใดที่ล้างบางพวกเขาได้บ้างเล่า”
“ฝ่าบาทอย่างไรเล่าเจ้าคะ!” ชุนเจี้ยนพูด “มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่มีอิทธิพลพอจะล้างบางตระกูลใหญ่เช่นนี้ได้ ในขณะเดียวกันก็มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่มีความสามารถนี้”
“ฝ่าบาทหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงสิ่งที่ซือหม่าเลี่ยเคยพูด คนผู้นั้นยังคิดจะใช้ตระกูลน่าหลานมายับยั้งตระกูลซือหม่าอยู่เลย แล้วจะมาล้างบางพวกเขาได้อย่างไรกัน
“เรื่องนี้มิใช่ว่าจะหมดหนทางหรอกนะเจ้าคะ เพียงแค่เข้าไปให้ถูกจุดก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” ชุนเจี้ยนพูด “ข้าเคยได้ยินท่านแม่ทัพพูดว่าขณะนี้ฝ่าบาททรงคลางแคลงพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ดวงตาเป็นประกาย จ้องมองอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้้นจา