นดาลโทสะถูกขัดจังหวะ จึงถลึงตาใส่ผู้พูดอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าเป็นซือหม่าโยวเย่ว์คนไร้ค่าผู้นี้ สีหน้าจึงยิ่งย่ำแย่เข้าไปใหญ่
“ซือหม่าโยวเย่ว์หรือ เจ้ามาด้วยได้อย่างไรกัน” บุรุษหนุ่มมองเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ จึงหรี่ตาทั้งสองลงเล็กน้อย
ซือหม่าโยวเย่ว์จึงได้เห็นบุรุษหนุ่มผู้นั้นเต็มๆ ตา มู่หรงอานผู้นี้ไปอยู่กับสมาคมนักหลอมยาตั้งแต่เมื่อใดกัน
เมื่อมองหญิงสาวอาภรณ์ขาวข้างกายเขาอีกครั้ง พอน่าหลานหลานถูกขับไล่ออกจากวิทยาลัย เขาก็เปลี่ยนคนเลยหรือ
“วันเฉลิมพระชนมพรรษาของฝ่าบาททั้งที คนอย่างข้าก็ต้องอยากมาเปิดหูเปิดตาอยู่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ปรมาจารย์ศิลา หากไม่เต็มใจเข้าไปก็ไม่ต้องเข้าไปก็ได้นี่นา ไอ้หยา ท่านพี่ทหารยาม ท่านก็ไม่ดูเสียบ้างเลยว่านี่คือรถเทียมสัตว์อสูรของใคร นี่คือปรมาจารย์ศิลาและหัวหน้าสมาคมอู๋แห่งสมาคมนักหลอมยาเชียวนะ ท่านจะให้พวกเขาลงมาได้อย่างไรกัน ข้ารู้ดีที่ท่านบอกว่านี่คือบัญชาขององค์ชายใหญ่ แต่สถานะของสมาคมนักหลอมยาเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสั่นคลอนได้หรือไร พวกเขายังจำเป็นต้องลงมาเดินเท้าอีกหรือ”
เมื่อได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ สีหน้าของหัวหน้าสมาคมผู้นั้นและสือเหล่ยก็แปรเปลี่ยนไปในทันใด สายตาที่ผู้คนรอบๆ มองพวกเขาก็แปรเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
ถ้าหากพวกเขายังคงยืนกรานที่จะนั่งรถเทียมสัตว์อสูรเข้าไป นั่นก็เท่ากับพูดเป็นนัยว่าสถานะของสมาคมนักหลอมยาอยู่เหนือกว่าองค์ชายใหญ่