ดเลยจะดีกว่า มิฉะนั้นอาจชักนำเรื่องยุ่งยากมาสู่ท่านปู่ก็ได้”
“พวกเรารู้อยู่แล้วน่า” ซือหม่าโยวเล่อพูดพลางลูบศีรษะ
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเดินลงมาจากรถเทียมสัตว์อสูร ตามด้วยหญิงสาวสวมอาภรณ์สีขาว ทั้งยังมีบุรุษวัยกลางคนอีกคนหนึ่งด้วย และผู้ที่ลงมาท้ายสุดก็คือชายชราคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าหญิงสาวอาภรณ์ขาวจะไม่พอใจที่ถูกขวางทาง สีหน้าดำทะมึนราวกับน้ำหมึก นางเดินเข้าไปชกหัวหน้าทหารยามหมัดหนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้านี่ช่างไม่รู้จักดูเอาเสียเลยว่านี่คือรถของผู้ใด ถึงได้บังอาจให้พวกเราเดินเข้าไป ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วใช่หรือไม่!”
หัวหน้าทหารยามผู้นั้นลุกขึ้นมาจากพื้นแล้วพูดว่า “นี่คือบัญชาขององค์ชายใหญ่ขอรับ ไม่ว่าผู้ใดที่จะเข้าไปในพระราชวังล้วนต้องเดินเท้าเข้าไปทั้งสิ้น ขอท่านปรมาจารย์ศิลาและหัวหน้าสมาคมอู๋โปรดอภัยด้วยนะขอรับ”
“เฮอะ องค์ชายใหญ่ก็ตรัสว่าพวกเราจำเป็นต้องเดินเท้าเข้าไปในพระราชวังด้วยอย่างนั้นหรือ” บุรุษวัยกลางคนเชิดคางขึ้นสูง วางท่าทียโสโอหังอย่างยิ่ง
“ปรมาจารย์ศิลาขอรับ องค์ชายใหญ่ตรัสว่าทุกคนเลยขอรับ” หัวหน้าทหารยามพูด
สือเหล่ยคิดไม่ถึงว่าหัวหน้าทหารยามผู้นั้นจะกล้าตอบเขามาเช่นนี้ จึงหน้าเสียไปในทันที ในขณะที่กำลังจะบันดาลโทสะใส่หัวหน้าทหารยามผู้นั้นนั่นเอง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็พูดขึ้นมา
“โอ้… นี่มิใช่ปรมาจารย์ศิลาหรอกหรือ มาโวยวายอะไรอยู่ที่นี่เล่า”
สือเหล่ยที่กำลังจะบั