“ถูกต้อง” เจ้าอ้วนชวีกะเทาะเมล็ดแตงแล้วพูดว่า “ได้ยินว่าวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบหนึ่งร้อยห้าสิบชันษาของฝ่าบาทในครั้งนี้จะจัดงานใหญ่โต ขุมอำนาจชั้นหนึ่งของเมืองหลวงล้วนได้รับเชิญกันหมด เจ้าก็รู้ว่าตระกูลน่าหลานต้องไปอย่างแน่นอน ไม่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสมาคมนักหลอมยา สมาคมนักฝึกสัตว์อสูร สมาคมปรมาจารย์วิญญาณอะไรก็ต้องส่งคนไปเข้าร่วมกันหมด อย่างเช่นพวกเราก็ต้องเข้าตาองค์ชายสามจึงจะไปได้”
ซือหม่าโยวเย่ว์เคาะนิ้วบนโต๊ะหินพลางเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่าวันนั้นขุมอำนาจทุกฝ่ายคงจะไปกันหมดเลยสินะ!”
“ถูกต้อง” เจ้าอ้วนชวีพยักหน้า “ว่ากันตามจริง วันนั้นเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สืบข้อมูลเชิงลึก ถ้าหากเจ้าไปดูได้ก็คงไม่เลวเลย”
“อืม ไม่แน่ว่าถึงวันนั้นแล้วอาจจะไปก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ถ้าหากเจ้าไปด้วย ข้าจะได้มีเพื่อนคุย” เจ้าอ้วนชวีพูด “พี่ชายข้าอยากให้ข้าไปเปิดโลกทัศน์ยิ่งนัก แต่ความจริงแล้วข้าเองก็มิได้สนใจเรื่องนั้นสักเท่าใดหรอก ทั้งยังไม่ชอบประจบประแจงองค์ชายสามผู้นั้นด้วย หากเจ้าไปข้าจะได้ไม่เบื่อหน่ายอย่างไรเล่า”
“ค่อยว่ากันเถิด”
“อืม เช่นนั้นข้ากลับก่อนล่ะ อย่าลืมที่บอกนะ ถ้าหากต้องการไหว้วานอะไรเจ้าอ้วนเช่นข้าก็บอกมาได้เลย” เจ้าอ้วนชวียืนขึ้นพูด
“ข้าจะบอกแน่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้วยรอยยิ้ม
เธอเดินไปส่งเจ้าอ้วนชวีแล้วกลับไปยังเรือนพักของตน เรื่องที่เธอเป็นนักหลอมยานี้มีเพียงพวกเขาไม่