อข้อแลกเปลี่ยนที่มากเกินไป พอท่านปู่โมโหก็เลยไล่พวกเขากลับไปหมดเลย”
พอพูดจบเขาก็มองซือหม่าเลี่ยอย่างตำหนิปราดหนึ่ง
“แค่ก ๆ ฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้อื่นยามเดือดร้อน นักหลอมยาพรรค์นี้ยังคิดจะให้พวกเรามาคารวะพวกเขาอีก น่าขันนัก!” ซือหม่าเลี่ยไม่รู้สึกว่าตนทำอะไรผิด ยังคงโมโหนักหลอมยาเหล่านั้นอยู่
ซือหม่าโยวเย่ว์ค้นพบว่าดูเหมือนซือหม่าเลี่ยจะมีอคติต่อนักหลอมยาเป็นอย่างมาก ขอเพียงแค่ได้พบนักหลอมยาพรรค์นี้ ก็มิอาจระงับเพลิงโทสะเอาไว้ได้
“ท่านปู่ ตอนนี้พวกเรามาถึงขั้นนี้กันแล้ว ท่านยังมิอาจข่มโทสะของท่านเอาไว้ได้อีก” ซือหม่าโยวหมิงพูดอย่างปวดหัว
“ท่านปู่ ถึงแม้ว่าพลังยุทธ์ของท่านจะแข็งแกร่งกว่าท่านบรรพชนตระกูลน่าหลาน แต่ตอนนี้พวกเขามิได้สู้ตัวต่อตัวกับพวกเราตรงๆ อีกแล้ว พวกเราจำเป็นต้องหาวิธีรักษากิจการของครอบครัวเราเอาไว้สิ” ซือหม่าโยวฉีพูด
“ครอบครัวเราคนน้อย ระยะเวลาสั้น ส่วนตระกูลน่าหลานนั้นเป็นครอบครัวที่มีความเป็นมาอันยาวนานกว่า ตอนนี้พวกเขาโจมตีพวกเราทางธุรกิจอยู่ตลอดเช่นนี้ ท่านปู่ก็มิอาจเข้าไปสังหารพวกเขาตรงๆ ได้” ซือหม่าโยวหรานพูดวิเคราะห์ “แต่พวกเขากลับทำให้พลังยุทธ์ของพวกเราอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องได้ พวกเราจำเป็นต้องคิดหาวิธีขัดขวางมิให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปอีก”
“ข้าว่าไปเชิญตัวนักหลอมยาต่อไปดีกว่า” ซือหม่าโยวเล่อพูด “อาณาจักรตงเฉินออกจะใหญ่โต นักหลอมยาคงมิได้ถูกตระกูลน่าหลานซื้